"กล้าหรือกลัว" เมื่อติดดอยหุ้นจีน



"กล้าหรือกลัว" เมื่อติดดอยหุ้นจีน

#ติดดอยหุ้นจะมีแต่เรื่องเศร้างั้นลองมาติดเราจะมีแต่เรื่องดี

ถ้าพอร์ต “แดง” มากกว่า -20% จะทำไงกันครับ ?

สำหรับหลายคนคงเป็นช่วงเวลาที่โคตรเซ็ง ลนลาน และนำไปสู่การตัดใจคัทลอสหนีตาย

แต่บางคนเลือก “ทนรวย” ไม่ขาย เพราะดูมาดีแล้ว มั่นใจว่ากลับมาได้ และทำกำไรเมื่อราคาไปต่อ

.

เคสแบบนี้กำลังเกิดในตลาดหุ้นจีนครับ ปีนี้จัดว่าผลตอบแทนยอดแย่ #เสี่ยวCREW เข้าไปย้อนดูผลตอบแทนของกองทุนหุ้นจีนจัดอันดับโดย "มอร์นิ่งสตาร์ ไทยแลนด์" พบว่า ผลตอบแทนยับครับ!! ติดลบสูงสุดเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทอื่นๆ

.

อย่างไรก็ตามเราต้องการสาเหตุครับ เพราะปีที่แล้วหุ้นจีนนั้นจัดว่าเด็ดไม่แพ้ใคร ไหงปีนี้ห่อเหี่ยวเหลือเกิน จากการสอบถามผู้จัดการกองทุนหลายแห่ง ได้ข้อมูลดังต่อไปนี้ครับ

.

ตัวแปรสำคัญกดดันความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนทั่วโลกต่อตลาดหุ้นจีนรอบนี้ มาจากการเข้าแทรกแซงของรัฐบาลจีน กรณีระงับการเสนอขาย IPO "แอนท์กรุ๊ป" ของแจ็ค หม่า ที่มีมูลค่าสูงถึง 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อเดือน พ.ย.2563

.

และยังคงดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยเข้ามาจัดระเบียบภาคธุรกิจครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุตสาหกรรมที่ผูกขาดด้านเทคโนโลยี / กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนจีน / กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลมีความเสี่ยงรั่วไหลออกไปในต่างประเทศ เป็นต้น

.

หากย้อนรอยประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจจีน สิ่งที่มาควบคู่กับการเติบโตอย่างร้อนแรงของเศรษฐกิจ คือ ความเหลื่อมล้ำเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนฐานรากมีรายได้น้อยลง ภาคธุรกิจมีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้น เป็นที่มาของการจัดระเบียบครั้งใหญ่ ที่ต้องการให้โครงสร้างเศรษฐกิจกลับมาเติบโตแบบมีคุณภาพมากกว่าสมัยอดีต

.

ดังนั้นอาจสรุปได้ว่า การจัดระเบียบของรัฐบาลจีนครั้งนี้กระทบความเชื่อมั่นผู้ลงทุนระยะสั้น แต่ในระยะยาวย่อมส่งผลบวกต่อโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

.

นอกจากนี้รัฐบาลยุคผู้นำ "สี จิ้นผิง" ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการแก้รัฐธรรมนูญให้ตำแหน่งประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งโดยไม่มีหมดวาระ เป็นที่น่าสนใจว่าการดำรงตำแหน่งต่อไปของ "สี จิ้นผิง" นอกเหนือจากกระจายผลประโยชน์ให้กับประชาชนในประเทศแล้ว จำเป็นต้องกระชับอำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์ด้วย

.

ดังนั้นจึงเป็นที่มา ว่า ภาคธุรกิจรายใดที่ออกมาแสดงความโดดเด่นเกินหน้าเกินตา ก็ต้องจัดการแบบไม่ไว้หน้าเช่นกัน

.

สำหรับมุมมองด้านการลงทุน แม้ว่าผู้ลงทุนยังมีความกังวลว่าการเข้ามาจัดระเบียบของรัฐบาลจีนจะจบอย่างไร หรือจบลงเมื่อไหร่ ซึ่งยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา แต่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นจีนวันนี้เชื่อว่าผู้ลงทุนรับรู้และตอบสนองกับความกังวลกับปัจจัยดังกล่าวไปบ้างแล้ว

.

หากสถานการณ์เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย ดีขึ้น มีความเป็นไปได้สูง!! ที่ความเชื่อมั่นและเม็ดเงินจะไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นจีนอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นโอกาสดีของผู้ลงทุนที่เชื่อมั่นศักยภาพประเทศจีน และมีเงินเย็นไว้ลงทุนระยะยาว มีลุ้นได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราสูง เพราะการลงทุนในจังหวะที่คนส่วนใหญ่กลัว อาจเป็นโอกาสสร้างกำไรแบบเป็นกอบเป็นกำในอนาคต

10 views0 comments