“ขี่กระทิงเก็งกำไร”



“ขี่กระทิงเก็งกำไร” #กระทิงอาจจะเปลี่ยวแต่หัวใจเสี่ยวมีแค่คุณ #กระทิงดุ #โปรดขับขี่กระทิงด้วยความระมัดระวัง

ปลายปีแบบนี้ขาหุ้นทั้งหลาย คงได้อะดรีนาลีนฉีดพล่านกันทั่วร่างกาย จากปรากฎการณ์ภาวะ "ตลาดหุ้นกระทิง" ส่งท้ายปี 63 ผู้ลงทุนเป็นจำนวนไม่น้อยได้รับผลกำไรกันพออิ่มอกอิ่มใจ จากการกลับตัวเป็นขาขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่เกือบทุกบริษัทเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญชี้นำดัชนีตลาดหุ้นไทยทะยานมากกว่า 300 จุดใช้ระยะเวลาเพียง 1 เดือนเศษๆเท่านั้น! (พ.ย.-ธ.ค.63) #เสี่ยวCREW เลยมาชวนคุยวิเคราะห์กันว่าปรากฏการตลาดหุ้นกระทิงเกิดจากอะไร ? และขี่กระทิงอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การฟื้นตัวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในรอบนี้ตัวแปรหลักคือแรงผลักดันจากสภาพคล่องของเม็ดเงินกลุ่มผู้ลงทุนต่างชาติที่ยังคงส่งสัญญาณเชิงบวกต่อมุมมองการลงทุนต่อเนื่องไปถึงปี 64 แม้ว่าในช่วงสั้นๆดัชนีตลาดหุ้นไทยจะเข้าสู่ภาวะพักฐานบ้างหลังจากวิ่งขึ้นไปทดสอบ 1,500 จุด แต่จากการสำรวจมุมมองของสำนักวิเคราะห์หุ้นทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติต่างก็มองคล้ายกันว่าขาขึ้นรอบนี้มีโอกาสทะลุ 1,500 จุดไปได้อย่างแน่นอน !! ความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นประกอบกับราคาหุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้นไปมาก ส่งผลให้หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กหลายตัวเรียกได้ว่าเป็นหุ้นแถว 2 แถว 3 ปรับขึ้นมาอย่างร้อนแรงเช่นกัน ส่วนหนึ่งเกิดจากเงินลงทุนก้อนเดิมในตลาดที่หมุนเวียนกลุ่มเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่ราคาปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดหรือน้อยกว่าหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน และด้วยความโดดเด่นของหุ้นกลางเล็กที่มีราคาต่ำใช้เงินลงทุนไม่สูง จึงดึงดูดกลุ่มผู้ลงทุนที่ต้องการได้รับผลตอบแทนมากๆในเวลารวดเร็ว และจากบรรยากาศการลงทุนที่เอื้อต่อการเก็งกำไรทำให้บางคนอาจตัดสินใจผิดพลาดเลือกซื้อหุ้นที่ไร้ปัจจัยพื้นฐาน กลายเป็น VI จำเป็นติดดอยหุ้นไปอีกนาน สำหรับกลยุทธ์การเลือกหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในภาวะที่ตลาดหุ้นไทยที่ผลักดันด้วยสภาพคล่องทำให้หุ้นวัดมูลค่าความถูกความแพงได้ลำบาก เพราะหุ้นหลายตัวมีผลประกอบการที่ยังไม่ดี ส่งผลให้มีค่า P/E สูงเกินกว่าระดับที่เคยซื้อขายในภาวะปกติ ดังนั้นกลยุทธ์แรกคือต้องเลือกลงทุนหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับหรือมีแนวโน้มของกำไรจะกำลังจะพลิกกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้งหลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 มาแล้ว เพราะธีมลงทุนหลังผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่จะเริ่มเห็นการกลับมาเก็งกำไรในธีมการฟื้นตัวของงบการเงินในไตรมาสสุดท้ายของปี 63 ซึ่งจะเป็นผลักดันราคาหุ้นรายตัวที่มีอนาคตของกำไรที่ดีกลับมา Outperform ได้ดีอีกครั้ง กลยุทธ์ต่อมาคือเน้นเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีธุรกิจคล้ายกันกับหุ้นขนาดใหญ่ที่มีฟันด์โฟลว์ผลักดันราคาหุ้น เช่น กลุ่มไฟแนนซ์ ,กลุ่มปิโตรฯ-โรงกลั่น เป็นต้น เพราะจะได้รับอานิสงส์เทรดบน P/E ที่สูงขึ้นตามการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มหลักที่เป็น "Most Active Stock" เป้าหมายของฟันด์โฟลว์ ส่วนผู้ลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรแบบสุดโต่งใช้เทคนิคเคิลมาประกอบการตัดสินใจเพียงอย่างเดียว ก็ควรหา "Exit Strategy" กำหนดเป้าหมายทำกำไรหรือกำหนดจุดตัดขาดทุนให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหากเก็งกำไรผิดทาง ริจะ “ขี่กระทิงเก็งกำไร” ยังไงก็อย่าลืมมีสติทุกวินาที และหาทางหนีทีไล่ให้ดีนะครับ

1 view0 comments