จีนเฟี้ยวจริงหรือแค่ผีข้าวมันไก่ ?!



จีนเฟี้ยวจริงหรือแค่ผีข้าวมันไก่ ?! #เศรษฐกิจจีนอาจยิ่งใหญ่แต่ไม่เท่าใจที่ผมให้คุณ #เหรียญมี2ด้าน #ไอ้กันมันร้าย ยังคงขอกล่าวถึงประเทศจีนต่ออีกสักหน่อย เพราะเป็นมหาอำนาจเพียงประเทศเดียวที่คูลมากๆในยามนี้ เฮียแกโคตรอเมซิ่งสามารถทำให้เศรษฐกิจโตได้ท่ามกลางมรสุมใหญ่ จีนเป็นชาติแรกโดนก่อน โดนหนัก ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ไตรมาสแรก GDP จีนหดตัวแรง –6.8% มีการปิดเมืองตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค. ซึ่งทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก และดัชนี PMI ทั้งภาคผลิตและภาคบริการดิ่งเหวอย่างโหดตามไปด้วย (ดัชนี PMI = ตัวบ่งชี้ภาวะของผู้ประกอบการภาคผลิต ภาคบริการ ประกอบด้วย ยอดสั่งซื้อใหม่ / ปริมาณสินค้าคงคลัง / สายการผลิต / การส่งสินค้า / การจ้างงาน ) สามเดือนผ่านไป จีนเริ่มคลายล็อคต้นเดือน เม.ย. และไตรมาสสองเศรษฐกิจจีนพลิกเป็นบวก 3.2% บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) ระบุว่า การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักของจีน เน้นนโยบายสร้างการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป แก้ไขปัญหาตามสภาพความเป็นจริง ไม่มีการใช้นโยบายด้านการเงินและการคลังเข้ามากระตุ้นเหมือนฝั่งยุโรปหรืออเมริกา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วจีนสามารถทำได้เช่นกัน การแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางดังกล่าว ทำให้เศรษฐกิจจีนทยอยส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่อง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการที่เคยหดตัวรุนแรงในไตรมาสแรก เริ่มกลับมาดีขึ้นในช่วงเดือน มี.ค. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคบริการส่งสัญญาณบวกต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะมีการเติบโตที่เป็นบวก การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทำให้ผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นจีนมีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน คาดว่าในปีนี้ผลประกอบการโดยรวมจะเติบโตในกรอบ 13-18% สวนทางกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นทั่วโลกที่คาดว่าจะติดลบเฉลี่ย -14% ตลาดหุ้นจีนยังมีแนวโน้มน่าลงทุน เมื่อเปรียบเทียบกับแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการ และค่า P/E ที่ระดับ 13.8 เท่า (ก.ค. 63) หุ้นกลุ่มน่าสนใจเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว อาทิ บริโภค เทคโนโลยี-นวัตกรรมใหม่ การแพทย์ (ปอ.ลิง. ยูโอบีฯ มีกองทุนลงหุ้นจีน ใครสนใจก็ไปตำกันเอาเอง อ่อไม่ได้ค่าโฆษณา เพียงแต่เอาข้อมูลเค้ามาใช้เลยช่วยขายของหน่อยเด้อ) อย่างไรก็ตามฮะภาพที่ดูสวยงามของจีน มันก็มีอีกมุมมอง China Beige book ผู้ให้บริการบทวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจจีน ระบุว่า GDP จีนไตรมาสสองที่ประกาศออกมาเป็นบวก “เป็นการแต่งตัวเลข” ผ่ามม!!! เนื่องจากเมื่อไปดูตัวเลขเชิงลึกในส่วนต่างๆ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าในประเทศ ภาคการผลิต ภาคแรงงาน ขยับดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งยอดส่งออกไตรมาสสองที่ผ่านมายังถดถอยมากกว่าช่วงไตรมาสแรก ปริมาณสินเชื่อที่กระตุ้นธุรกิจ-การบริโภคก็ยังไม่เติบโต ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจจีนจะมีการเติบโตตามที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนประกาศ “แม้เศรษฐกิจจีนจะมีการเติบโต ก็ไม่ได้หมายความว่าจะโตเหมือนในอดีต ซึ่งต้องรอจนกว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัว” #เสี่ยวCREW ขอฝากข้อมูล 2 ด้านไว้ให้พิจารณา หนทางยังอีกยาวไกล เราคงต้องติดตามกันต่อไป จีนเองก็โดนเล่นงานจากเกมส์การค้า เกมส์การเมือง ลามไปยันเกมส์เทคโนโลยีจากไอ้กันอยู่เยอะ อีโควิด-19 ก็ยังไม่จบง่ายๆ ความเสี่ยงมากมายยังสถิตอยู่กับเราฮะ

1 view0 comments