ชี้ชะตา SET เดือน มี.ค. รายย่อย รอด หรือ ร่วง



ชี้ชะตา SET เดือน มี.ค. รายย่อย รอด หรือ ร่วง #ตลาดหุ้นอ่ะคู่ความผันผวนส่วนผมอ่ะควรคู่กับคุณ

เริ่มเดือน มี.ค.65 ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคัก สดใสอีกรอบ หลังจากนักลงทุน เริ่มลดความนอยด์ปัญหาความขัดเเย้งระหว่างรัสเซีบกับยูเครน เพราะความหวังว่าจะเห็นทางออกจากการ "เจรจา" ในอนาคตอันใกล้ . แต่..นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดเดา ว่า อาจเป็นเพียงภาวะการรีบาวด์ทาง "อารมณ์" เท่านั้น เพราะมรสุมลูกแรกที่กำลังจะโหมเข้ามาในเดือน มี.ค. คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรอบแรกของธนาคารกลางสหรัฐฯ .

- ระวังแรงกระแทก "ฝรั่ง" ขายหุ้นไทย มี.ค.นี้ . บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐ รวมทั้งไทย มีแนวโน้มที่จะย่อตัวลงในช่วงเดือน มี.ค. สิ่งที่ต้องเตรียมตั้งรับ คือ แรงขายที่เกิดจากนักลงทุนต่างประเทศในระดับดัชนี 1,700 จุด หรือมากกว่านั้น เพราะกำลังเข้าสู่ช่วงแรกของการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ / การขึ้น XD / การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน . ความไม่แน่นอนของสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย จะขยายวงไปถึงไหน แรงกดดังกล่าวยากที่ดัชนีจะฝ่าขึ้นไปได้ ยกเว้นตลาดหุ้นสหรัฐจะรีบาวน์กลับต่อเนื่อง .

- ระวัง SET INDEX หลุด 1,600 จุด . มีโอกาสที่จะเห็นดัชนีหุ้นไทยลงไปต่ำกว่า 1,650 จุดในเดือน มี.ค. และอาจลงไปมากสุดถึง 1,600+/- จุด สอดคล้องกับการลงของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐ S&P 500 ที่มองว่าจะลงต่อหลุด 4,000 จุดช่วงสิ้นเดือน มี.ค.นี้ . เนื่องจากพบว่าการขึ้นลงของดัชนี S&P จะมีทิศทางการเคลื่อนไหวคล้ายๆ และซ้ำรอยเดือน มี.ค. 2018 ถึง มี.ค. 2019 กล่าวคือ จะมีรอบการรีบาวน์ไปถึงระดับหนึ่ง ซึ่งก็คือการรีบาวน์ตั้งแต่วันศุกร์รวมถึงในอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้ปรับตัวลงอย่างแรง รับผลของการขึ้นดอกเบี้ย การเก็งงบ Q1/22 ที่คาดว่าจะโตไม่มาก . รวมทั้งการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ เป็นไปตามกราฟของการสำรวจ การเปลี่ยนแปลงราคาของดัชนีหุ้น น้ำมัน พันธบัตร ค่าเงินสกุลสำคัญ ทองคำ ตั้งแต่ 1 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือนและ YTD จะพบว่าราคาน้ำมัน ทองคำ ดัชนีหุ้นสหรัฐราคาจะเหวี่ยงตัวลงแรงมาก ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเกิดใหม่ปรับตัวลงเช่นกันแต่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่า

- ASP เห็นแสงสว่าง มี.ค.รับแรงหนุนเก็งงบ บจ. . บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า บรรยากาศ SET INDEX เดือน มี.ค.คาดกำไรบริษัทจดทะเบียนดีต่อเนื่องใน 1Q65 ถือเป็น High Season ของหลายอุตสาหกรรม ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกพยุง SET Index กลับไปยืนเหนือ 1,700 ได้อีกครั้ง . ขณะที่ตลอดทั้งปี 65 นักวิเคราะห์มีมุมมองบวกต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนดีขึ้น จากทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจน และยังมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันช่วงต้นปีเฉลี่ยยืนอยู่ในระดับสูงมาก 87 เหรียญต่อบาร์เรล สูงกว่าสมมุติฐานฝ่ายวิจัย 65 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งปกติราคาที่เกินสมมุติฐานทุกๆ 5 เหรียญ ช่วยหนุนกำไรบริษัทจดทะเบียนราว 1 บาทต่อหุ้น .

- เลือกเก็บหุ้น "Laggard" . กลยุทธ์ลงทุนช่วงต้นปี ยังคงชอบกลุ่มหุ้น Laggard แม้ว่าจะมีปัญหายูเครน-รัสเซีย แต่ก็มองเห็นสัญญาณดีขึ้น จากการเจรจาระหว่างตัวแทนรอบแรกจบลง และมีโอกาสที่จะเจรจากันต่อในรอบที่ 2 ในช่วงเวลาถัดไป สร้างความผ่อนคลายให้กับสินทรัพย์เสี่ยงและตลาดหุ้นชั่วคราว และน่าจะส่งผลดีต่อหุ้นบางกลุ่มให้มีโอกาสฟื้นตัว หลังถูกดันมานาน . ฝ่ายวิจัยฯค้นหาว่าในเดือน ก.พ. 65 มีกลุ่มหุ้นอะไรที่ราคายัง Laggard ภาพรวมตลาดหรือ SET Index ที่ปรับตัวขึ้นมา +2.2% พบว่ามีกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนติดลบ คือ PETRO -5.2%, AUTO -3.8%, TOURISM -3.5%, CONS -1.4%, PROP -0.5% และ FOOD ที่บวกเพียง 0.1% เป็นต้น . สำหรับหุ้นกลุ่ม Laggard ฝ่ายวิจัยฯ เห็นว่า มีหุ้นบางกลุ่มที่ราคามีโอกาสรีบาวน์กลับได้เร็ว คือ กลุ่มท่องเที่ยว แนะนำ MINT, CENTEL, ERW ด้วย 3 ปัจจัย ดังนี้

1. ราคา Laggard กลุ่มอื่นๆ และตลาด 2. การเจรจารัสเซียกับยูเครนเริ่มต้นด้วยดี ส่งผลดีต่อธุรกิจในยุโรป และหุ้นท่องเที่ยว ซึ่งในภาวะปกติไทยมีนักท่องเที่ยวรัสเซียสัดส่วน 3.7% 3. วันนี้เป็นวันแรกที่เปลี่ยนการตรวจโควิดนักท่องเที่ยวครั้งที่ 2 จาก RT-PCRเป็น ATK ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณความผ่อนคลายที่ดี

7 views0 comments