“ตราสารหนี้” ทางเลือกนักลงทุนสายหมอบ !!!



“ตราสารหนี้” ทางเลือกนักลงทุนสายหมอบ !!! Top 5 กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น #ตราสารหนี้อาจมีความผันผวนน้อยแต่ถ้ารักเกินร้อยมีที่ผมเท่านั้น

"ตราสารหนี้" จัดเป็นตราสารการลงทุนประเภทหนึ่งที่มีผลตอบแทนหลากหลาย จุดเด่น คือ ความเสี่ยงต่ำ (ว่ากันตามตำรานะอันนี้ เพราะเบื้องหลังมันก็ไม่แน่โว้ยยย) เช่น พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้ภาคเอกชน, ตราสารหนี้ต่างประเทศ เป็นต้น ตราสารหนี้แต่ละประเภทมีความเสี่ยงแตกต่างกันไป ตัวแปรสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อการขึ้นลงของผลตอบแทน คือ "อัตราดอกเบี้ย" นั้นเอง

อธิบายง่ายๆ คือ ตลอดปีที่ผ่านมาธนาคารกลางทั่วโลก เริ่มมีนโยบายปรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นขาขึ้น ด้วยความเชื่อของพวกแม่งที่ว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวแล้ว (ความเชื่อกับความจริงดูไม่สอดคล้องกันเลยอ่ะ) ส่งผลให้ผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาว อายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป เปลี่ยนแปลงด้านลบทันที เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดฯปรับตัวขึ้น ทำให้ตราสารหนี้รุ่นใหม่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าตราสารหนี้รุ่นเดิม

พอมันเป็นงี้ ความน่าสนใจลงทุนในตราสารหนี้รุ่นเดิมมันก็น้อยลง นักลงทุนที่ต้องการขายตราสารหนี้รุ่นเดิม ต้องทำไง ก็ต้องขายในราคาที่ถูกลง ชดเชยผลตอบแทนให้กับผู้กล้าที่เข้ามาซื้อใหม่ เพื่อให้ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยรวมกับส่วนลดใกล้เคียงกับผลตอบแทนอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้รุ่นใหม่ เป็นหนึ่งสาเหตุให้นักลงทุนถือตราสารหนี้ระยะยาว เกิดผลขาดทุนขึ้นได้...

ยังไงก็แล้วแต่ในช่วงที่ผ่านมาตลาดการลงทุนทุกรูปแบบมันผันผวนเก่ง!! คนเลยหนีมาลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น(อายุไม่เกิน 1 ปี) กันเยอะขึ้น #กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น เลยกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างฮิต เพราะใช้เงินลงทุนไม่สูง เมื่อตราสารหนี้ครบอายุแล้วก็จะเปลี่ยนลงทุนในตราสารหนี้รุ่นใหม่ เรียกว่า "Roll Over" ทำให้ได้รับผลตอบแทนตามสภาวะอัตราดอกเบี้ยระดับใหม่ที่ตลาดกำหนดได้ทันสถานการณ์

แม้ผู้จัดการกองทุนฯจะมีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน แต่อย่าลืมว่าเงินที่นำไปลงทุนนั้นเป็นเงินของคุณเอง ดังนั้นการเลือกกองทุนฯแต่ละครั้งจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดตราสารหนี้ที่กองทุนฯไปลงทุนด้วยว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด พร้อมกับทบทวนว่ากองทุนฯนั้นได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าอยู่หรือไม่

โอกาสนี้ "ชาวคณะการลงทุนมีความเสี่ยว" รวมข้อมูล 5 กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น (Short Term Bond) ที่มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีสูงสุด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนตามความถนัดของแต่ละท่านกัน เลือกแบบไหนก็ลองถามใจเทอว์ดูนะจ๊ะ

อันดับ1.กองทุนเปิด วรรณ ไฮเปอร์ ไฟแนนเชียล อินสตรูเมนท์ ฟันด์ (ONE-HYPER) นโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอันเป็นหรือเกี่ยวข้องกับตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน ของภาครัฐและ/หรือภาคเอกชน และ/หรือเงินฝาก ทั้งในและ/หรือต่างประเทศ ที่มีคุณภาพและให้ผลตอบแทนดีเหมาะสมกับความเสี่ยง โดยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) โดยกองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปีย้อนหลัง +2.10% ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง +0.26% ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง +1.25% Portfolio Profile ข้อมูลวันที่ 14 ม.ค.62 (Net Assets) ถือครองตราสารหนี้ทั้งหมด 27.60% เงินสด 72.22% และอื่นๆ 0.18%

อันดับ2.กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล (แฟม) ตราสารหนี้ (CIMB-PRINCIPAL (FAM) FI) นโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีความมั่นคง และมีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น โดยกองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารดังต่อไปนี้ (1) ตราสารแห่งหนี้ภาครัฐ (2) เงินฝาก และ/หรือ ตราสารที่มีลักษณะคล้ายเงินฝาก (3) ตราสารหนี้ภาคเอกชน ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินกว่า 50% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ บริษัทจัดการจะกำหนดการดำรงอายุถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักของกระแสเงินที่จะได้รับจากทรัพย์สินที่กองทุนรวมลงทุนไว้ (target portfolio duration) ไม่เกิน 4 ปี (โดยมีค่าเฉลี่ยในแต่ละขณะประมาณ 2 ปี) ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (structured note) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด และ/หรือ อาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปีย้อนหลัง +1.79% ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง +2.32% ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง +2.97% Portfolio Profile ข้อมูลวันที่ 14 ม.ค.62 (Net Assets) ถือครองตราสารหนี้ทั้งหมด 88.35% เงินสด 3.36% และอื่นๆ 8.28%

อันดับ3.กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน (TMBUSB) นโยบายลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ ตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตราสารหนี้ภาคสถาบันการเงิน ตราสารหนี้ภาคเอกชน และตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ Basel III โดยจะลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ ผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปีย้อนหลัง +1.54% ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง - ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง - Portfolio Profile ข้อมูลวันที่ 14 ม.ค.62 (Net Assets) ถือครองตราสารหนี้ทั้งหมด 53.41% เงินสด 45.91% และอื่นๆ 0.68%

อันดับ4.กองทุนเปิด แอล เอช ตราสารหนี้ระยะสั้น พลัส (LHSTPLUS) นโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝากของภาครัฐ และ/หรือภาคเอกชนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่เสนอขายในประเทศและ/หรือต่างประเทศ กองทุนสามารถลงทุนในตราสารที่เสนอขายในต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปีย้อนหลัง +1.50% ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง - ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง - Portfolio Profile ข้อมูลวันที่ 14 ม.ค.62 (Net Assets) ถือครองตราสารหนี้ทั้งหมด 18.47% เงินสด 81.54% และอื่นๆ -0.01%

อันดับ5. กองทุนเปิด เคเอ ชอร์ท เทอม ฟิกซ์ อินคัม (KASF) นโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอันเกี่ยวข้องกับตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝากรวมทั้งหลักทรัพย์อื่นหรือการหาดอกผลอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมายที่ ก.ล.ต. กำหนด เพื่อแสวงหารายได้ในรูปดอกเบี้ยเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารลงทุน และจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปีย้อนหลัง +1.47% ผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง +1.67% ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง +2.05% Portfolio Profile ข้อมูลวันที่ 14 ม.ค.62 (Net Assets) ถือครองตราสารหนี้ทั้งหมด 68.39%เงินสด 30.85% และอื่นๆ 0.76%

2 views0 comments