top of page

ตลาด "ไฮยีลด์บอนด์" ระส่ำ จับตาหุ้นกู้ใหม่มีแววขายไม่ออก


ตลาด "ไฮยีลด์บอนด์" ระส่ำ จับตาหุ้นกู้ใหม่มีแววขายไม่ออก

#หุ้นกู้ไม่ดีอาจทำให้ฟุ้งซ่านแต่มีเธอข้างๆมันทำให้ฟรุ้งฟริ้ง

การผิดนัดชำระหุ้นกู้ เป็นอีกปัญหาใหญ่ของแวดวงการลงทุนเวลานี้ โดยเฉพาะกลุ่ม "ไฮยีลด์บอนด์" (High Yield Bond) หรือ หุ้นกู้ที่อันดับเครดิตเรทติ้งต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Non Investment Grade) หรือ ต่ำกว่า BBB- ไปจนถึงกลุ่มที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิต (Unrated Bond) . ที่ต้องเรียกว่า "ไฮยีลด์บอนด์" เพราะหุ้นกู้กลุ่มนี้จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าปกติ (ข้อมูลจากสมาคมตราสารหนี้ไทยพบว่า ในระบบตอนนี้ให้อัตราดอกเบี้ยมากสุด 9.92% ต่อปีเลยทีเดียว) เพื่อจูงใจนักลงทุน ด้วยความเสี่ยงที่มากกว่านั่นเอง . ต่างจากกลุ่มหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตเรทติ้ง ระดับสามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ซึ่งจะอยู่ที่เฉลี่ย 2-3% ต่อปีเท่านั้น . ยกตัวอย่างกลุ่มที่ผิดนัดชำระปีนี้ เช่น ALL ให้อัตราดอกเบี้ย 5 - 7.25% ต่อปีเลยทีเดียว ส่วน STARK ก็แจกดอกเบี้ยที่ 3.5 - 4% หรือล่าสุด JKN ชุดที่ผิดนัดให้ดอกเบี้ยถึง 6.6% . กลุ่มธุรกิจที่ออกหุ้นกู้ประเภท "ไฮยีลด์บอนด์" ส่วนใหญ่มักเป็นบริษัทขนาดกลาง-เล็ก ที่อาจมีปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน เช่น หนี้สินต่อทุนสูงแล้ว หรือ ผลประกอบการอยู่ในช่วงขาลง จึงมีทางเลือกไม่มากนัก ถ้าไม่ออก "ไฮยีลด์บอนด์" ก็คงจะต้องเพิ่มทุน . ผู้ที่จะลงทุนก็ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ เพราะแม้ผลตอบแทนในแง่ดอกเบี้ยจะค่อนข้างสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ดังที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ . รายงานจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) พบว่า หุ้นกู้ที่มีการผิดนัดชำระหนี้ (Default Payment) ณ 1 ก.ย. 66 มีอยู่ทั้งหมด 7 บริษัท ซึ่งรวมทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และบริษัทนอกตลาดฯ จำนวน 23 รุ่น รวมมูลค่ากว่า 19,039.96 ล้านบาท . คำแนะนำการลงทุน "ไฮยีลด์บอนด์" คือ ไม่ควรดูอัตราดอกเบี้ยอย่างเดียว ต้องพิจารณาความสามารถการชำระหนี้ของผู้ออกด้วย โดยดูอัตราส่วนสภาพคล่อง อัตราส่วนรายได้ เพียงพอที่จะควบคุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละปี แต่ละงวดหรือไม่ . แม้แต่ตัวผู้บริหารเอง!! ก็ต้องประเมินว่า มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ หากเป็นบริษัทที่ประวัติหวือหวา ยิ่งต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะบางบริษัทอาจเน้นการเติบโต มีการลงทุนมากๆ แต่การลงทุนนั้นนำไปสู่การเติบโตอย่างมีศักยภาพ และสร้างสภาพคล่องให้กิจการหรือไม่ . ส่วนปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของหลายบริษัท โดยเฉพาะ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ ประเมินว่า อาจจะส่งผลต่อการขาย "ไฮยีลด์บอนด์" ชุดใหม่ เพื่อนำมาใช้หนี้หุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดไถ่ถอน (Roll Over) เพราะที่ผ่านมามีหลายบริษัทเริ่มขายไม่หมด หรือขายได้ไม่ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ เนื่องจากผลกระทบที่รุนแรงด้านความเชื่อมั่นในการเข้าลงทุนตราสารประเภทนี้ . ต้องจับตาดูว่า "ไฮยีลด์บอนด์" ใหม่ที่กำลังจะเสนอขายต่อจากนี้จะได้รับผลกระทบแค่ไหน . #เสี่ยวCREW สำรวจข้อมูลเพิ่มเติมจากสมาคมตราสารหนี้ไทย พบว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้ มี "ไฮยีลด์บอนด์" จะครบกำหนดไถ่ถอนรวม 19 บจ. มูลค่ารวมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กว่า 5.7 พันล้านบาท โดยมี 3 บริษัทที่มูลค่าหุ้นกู้ใกล้ครบกำหนดเกิน 1 พันล้านบาท/ราย . อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อเท็จจริงจากสมาคมตราสารหนี้ไทยเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาว่า 19 บจ.นี้จะผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้แต่อย่างใด แต่เพียงบอกไว้เพื่อเป็นข้อมูลเฉย ๆ ^^

304 views0 comments

Comments


bottom of page