ตำน้ำพริกละลายเรือดำน้ำ



ตำน้ำพริกละลายเรือดำน้ำ

#ซื้ออาวุธคือภารกิจของกองทัพซื้อความรักคือภารกิจของหัวใจ #รวยโว้ยจะบอก #รวยโว้ยดีออก

เรือดำน้ำลำใหญ่ ใช่ความจำเป็นอันดับแรกๆของไทย ในเวลาเช่นนี้รึเปล่า ?

18 พฤศจิกายน 2562 ลุงป้อมคอนเฟิร์ม ไม่มีการเลื่อนซื้อเรือดำน้ำล็อท 2 แต่อย่างใด ยังคงสั่งซื้อจากจีนตามกำหนดเดิม ตอนแรกว่าจะลืมๆเรื่องนี้ไป เพราะพูดไปก็เท่านั้น แต่มาคิดๆดูแล้วเฮ้ยย 36,000 ล้านบาทเชียวนะแกรรร มันเยอะนะเนี่ยยย

จำเป็นแค่ไหน ที่ประเทศไทย ต้องมีเรือดำน้ำ ? อย่างที่เรามักจะอ่านคอมเมนต์จากชาวเน็ตแหละฮะ ยุคนี้ใครเขามายิงปืนรบราฆ่าฟันกัน เขาสู้กันด้วยสงครามเศรษฐกิจ สงครามข้อมูล รบกันผ่าน Twitter #เสี่ยวCREW ก็คิดประมาณนั้นอยู่บ้าง แต่ถ้าพูดกันแบบไม่เอนเอียงฝั่งฝ่ายใด ขออนุญาตเปรียบเรือดำน้ำเป็นประกันชีวิต (สปอนเซอร์สนใจเข้าเชิญได้ตรงนี้ เดี๋ยว Edit ใส่แบรนด์ให้ตัวใหญ่ๆเลย)

ประกันชีวิตมีไว้ดีมั้ย ดีมาก เพราะไม่รู้เหตุร้ายจะเกิดกับเราเมื่อไหร่ วันที่เหตุร้ายเกิดขึ้นมีประกันชีวิตไว้ก็อุ่นใจกว่า เช่นเดียวกับเรือดำน้ำครับการที่เรามีไว้ จะได้ใช้หรือไม่ได้ใช้ อันนี้ก็ยังไม่รู้ มีไว้ดีมั้ยแน่นอนว่าดี แต่…คนประเภทไหนที่จะซื้อประกันชีวิต ? คนที่จะซื้อประกันชีวิต ต้องมีความมั่นคงในระดับนึง มีรายได้ ไม่มีปัญหาเรื่องปากท้อง ชีวิตสะดวกสบาย มีอยู่มีกินเพียงพอที่จะมองหาความมั่นคงด้านอื่นๆ อีกกรณีคือเป็นลูกหนี้ที่มีวงเงินประมาณหนึ่งของแบงก์ ก็จะโดนบังคับให้ทำประกันชีวิตแบบอัตโนมัติ เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตามหากยังปากกัดตีนถีบ อดมื้อกินมื้อ หนี้สินล้นพ้น ก่อนจะไปทำประกันชีวิต ทำมาหาแดกก่อนไหม? นั่นแหละฮะคือคำตอบ ว่าเรือดำน้ำใช่ความจำเป็นอันดับแรกๆของไทยหรือไม่ ในขณะนี้ ในยุคที่โรงงานปิด ธุรกิจเลิก ในยุคที่คนฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจกันเป็นว่าเล่น.... ในยุคที่เรารู้สึกได้ว่าวิกฤติกำลังมา แต่หลายท่านบอกว่ามันแค่ชะลอตัว… ในยุคที่พี่ตูนต้องวิ่งหาเงินให้โรงพยาบาล ฯลฯ

พอจะมองภาพออกรึยังฮะว่ามันผิดที่ผิดเวลาอย่างไรสำหรับการซื้อเรือดำน้ำ ทีนี้เรามาดูกันฮะ ว่า 36,000 ล้านบาท เปลี่ยนเอามาพัฒนาประเทศอย่างไรได้บ้าง ถ้าไม่ถูกนำไปตำน้ำพริกละลายเรือดำน้ำ

• 36,000 ล้านบาทกับการสร้างแหล่งเก็บกักน้ำ ข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล เปิดเผยว่า งบประมาณขุดบ่อน้ำของ 1 ครัวเรือนในบ้านนอก ขนาดบ่อประมาณ 45 ตร.ม. ลึก 4 เมตร ค่าขุดอยู่ที่ประมาณ 5,500 บาท ค่าเจาะและทำระบบดูดน้ำบาดาลท่อขนาด 4 นิ้วลึก 35 เมตรอีกประมาณ 15,000 บาท เบ็ดเสร็จ 20,500 บาท ถ้าทำบ่อเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ขึ้นสัก 450 ตร.ม. ลึก 4 เมตร พร้อมระบบดูดน้ำบาดาลเข้าบ่อเพิ่มขึ้น จำนวน 2 บ่อ/ชุมชน (20 ครัวเรือน) จะใช้เงินประมาณ 170,000 บาท (ราคาต่อบ่ออยู่ที่ประมาณ 85,000 บาท งบนี้ยังไม่รวมค่าโกงกินและหัวคิวใดๆ) เราจะสามารถขุดบ่อเก็บกักน้ำได้ทั้งสิ้น 4 แสนกว่าบ่อเองง มีชุมชน 2 แสนกว่าแห่งเองง ที่จะมีน้ำกินน้ำใช้เพิ่มขึ้น

• 36,000 ล้านบาทกับการสนับสนุนธุรกิจ SME สนับสนุนเงินทุนให้ธุรกิจขนาดเล็กเกิดใหม่ หรือ กำลังขาดเงินทุนรายละ 2 ล้านบาท ด้วยงบก้อนนี้เราสามารถให้การสนับสนุนธุรกิจรูปแบบต่างๆได้จำนวน 18,000 แห่ง ในรูปแบบของเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสุดๆไปเลย (ไม่ได้ให้เปล่านะได้คืนนะอันนี้) เพื่อเป็นทุนสำหรับการเริ่มธุรกิจ การไปต่อยอด การหมุนเวียนเอาชีวิตรอด หรือการขยายกิจการ ซึ่งหากธุรกิจไปรอดอยู่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ เม็ดเงินจำนวนมากที่จะเข้าสู่ระบบ ผ่านการจ้างงาน การซื้อขาย การใช้จ่าย การลงทุน ฯลฯ

• 36,000 ล้านบาทกับอาหารกลางวันของหนู งบอุดหนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียน 20 บาท/หัว/วัน นับเฉพาะเด็กอนุบาลและประถมศึกษา สถิติจากปี 2560 (อัพเดทสุดเท่าที่หาข้อมูลได้ฮะ) มีนักเรียนจำนวน 1,666,472 คน ถ้าเราไม่ซื้อเรือดำน้ำเราจะมีงบประมาณอาหารกลางวันให้เด็กทั่วประเทศกินไปอีก 1,080 วัน เกือบ 3 ปีเองงง หรือจะเพิ่มงบให้อาหารดีขึ้น มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าเดิม เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของสมองและร่างกายของเด็กในวัยเรียนก็ไม่ว่ากันดอกนะ

• 36,000 ล้านบาทกับการวิ่งเพื่อโรงพยาบาลของพี่ตูน จากกิจกรรมก้าวคนละก้าวของ “พี่ตูน” วิ่งเพื่อโรงพยาบาลมียอดบริจาค 1,600 ล้านบาท แต่ละโรงพยาบาลที่อยู่ในโครงการ ได้รับเงินจากโครงการก้าวคนละก้าวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ล้านบาท แต่ถ้าใช้งบ 36,000 ล้านบาท กระจายให้ในอัตราเท่ากับโครงการของพี่ตูน เราจะพัฒนาการแพทย์ของโรงพยาบาลที่ขาดแคลนได้ 360 โรงพยาบาลในบัดดล หรือจะแบ่งงบไปพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์มาเพิ่ม พวกเราก็ไม่ได้ติดอะไรเช่นกันฮะ แต่เราติดตรงที่ ว่า พี่ตูนจะวิ่งไปเรื่อยๆไม่ได้ครับ

• 36,000 ล้านกับเสื้อเกราะเพื่อผู้เสียสละ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในยุคที่ครูต้องใส่เสื้อเกราะไปสอน พระต้องมีทหารคุ้มกันเวลาออกไปบิณฑบาตร ราคาเสื้อเกราะตีให้แบบบวกค่าน้ำร้อนน้ำชา ป้าๆลุงๆแล้ว ตัวละ 30,000 บาท ถ้าเรามีงบ 36,000 ล้าน เราจะได้เสื้อเกราะ 1,200,000 ตัวฮะ ใส่กันยันลูกบวช สึกออกมา แต่งงาน มีหลาน หลานโต หลานบวช ก็ยังพอใส่ได้อยู่เลย

• 36,000 ล้านกับการศัลยกรรมดั้ง แหม่ ว่าจะไม่เล่นละ แต่เอาซะหน่อยเค้าว่ามันฟุ่มเฟือย เฉลี่ยการศัลยกรรมจมูกราคาอยู่ที่ 19,900 บาท เราจะได้สาวไทยจมูกมีสันเป็นคม กว่า 1,809,045 คนเลยนะฮะ คลินิกศัลยกรรมก็จะเฟื่องฟู คนสายอาชีพนี้หลายแสนคนก็จะมีตังค์มาใช้จ่าย ตลาดความงามก็จะบูม ลามไปถึงการช้อปปิ้งอื่นๆเพื่อเพิ่มความสวย ฝั่งคนมีจมูกใหม่พอสวยแล้วก็อาจกลายเป็นเน็ตไอดอล รับรีวิวสินค้า เปิดห้องลับ อะไรก็ว่ากันไป หาตังค์ได้ด้วยนะเออ คิดขำๆยังเห็น เงินสะพัด รักสะพรึง ในระบบเพียบเลย

สรุป: ถ้าเรามีทุกอย่างครบพร้อมตามยุทธวิธีทางทหารก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่ในวันที่ปากท้องประชาชนยังแห้งผาก ก็อยากให้ย้อนไปดูบทเรียนสมัยเด็กๆ ที่เราพร่ำสอนกันมาว่าให้ใช้จ่ายอย่างจำเป็น ลำดับความสำคัญของการใช้จ่าย ว่า อันไหนมาก่อน มาหลัง จอบอจบ

2 views0 comments