ถ้าเธอไม่รู้จะเลือกพรรคไหนมาพักใจที่เราก่อนก็ได้นะ


ว่ากันว่า 24 ก.พ. 2562 เราจะได้เลือกตั้งครั้งประวิติศาสตร์เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่อย่างเป็นทางการ เมื่อเหตุการณ์นี้จะมาถึงหลายคนก็คาดการณ์กันไป ว่า หลายอย่าง หลายโครงการ เอเวอรี่ติงทุกสิ่งอย่าง จะถูกปลดล็อคและขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมไปในทิศทางทางที่ดี หุ้นขึ้น อสังหาริมทรัพย์ดี ภาคธุรกิจ การบริโภค กลับมาปัง จริงหรือเปล่า?? ไม่รู้เหมือนกัน ปล่อยให้วันเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์สิ่งที่กำลังมาถึง ตอนนี้ก็ทำนายทายทักกันไป หุ้นกลุ่มไหน ตัวไหน จะได้รับผลดีจากเหตุการณ์ครั้งสำคัญทางการเมืองนี้บ้าง แต่นั่นก็เป็นไปตามหลักการและทฤษฎี และเราไม่อยากทำซ้ำ

#ศูนย์พยากรณ์ธุรกิจการลงทุนมีความเสี่ยว ขอฉวยโอกาสนี้ใช้จิตสัมผัสทำนายอนาคตอันใกล้ของภาคธุรกิจที่จะฟินมากก่อนการเลือกตั้งใหญ่จะมาถึง เป็นธุรกิจอะไรบ้างมาดูกัน (การแบ่งภาคธุรกิจใช้เกณฑ์ชี้วัดแบบตามอำเภอใจ ดังนั้นไม่ต้องเปรียบเทียบกับสำนักพยากรณ์ธุรกิจใดๆให้เสียเวลา)



#ภาคบันเทิง การเลี้ยงดูปูเสื่อ สร้างมิตรภาพ สร้างความเชื่อใจ สร้างความศรัทธา หาพวก หาฐานเสียง ในผู้คนหลายกลุ่มจะเกิดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย รูปแบบอาจแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเบาๆโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกใสใสหน่อยเลี้ยงคนหมู่มากเอาให้ดูดี มีพลัง ก็จัดแถลงนโยบายพร้อมดินเนอร์ชั้นดีตามโรงแรม ตามสถานที่จัดเลี้ยงแกรนด์ๆ / จัดเวิร์คช้อปการพัฒนาท้องถิ่นสักชั่วโมงที่เหลือพาเที่ยว กินฟรี อยู่ฟรี กันไป

กลุ่มสองดาร์คขึ้นมานิดเลี้ยงแบบกลุ่มย่อย มีความเป็นส่วนตัวกับพวกว่าที่หัวคะแนนคนสำคัญ ก็อาจมีนั่งคุยอย่างใกล้ชิด สนิทสนม พร้อมน้องๆดูแลแบบแนบแน่นไม่ตกหล่น / ดูงานในท้องทะเลล่องเรือหารักพร้อมพริตตี้วีไอพี / ดำน้ำสมัครเล่นแบบไม่ใส่เสื้อผ้าตามสถานที่ห้ามค้าประเวณี ฯลฯ

ธุรกิจภาคบันเทิงที่จะได้อานิสงส์จากกิจกรรมทางการเมืองเหล่านี้ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร จัดเลี้ยง โต๊ะจีน เหล้า เบียร์ ไวน์ เครื่องดื่มนานาชนิด อาบอบนวด สาวสวยไซด์ไลน์ โคโยตี้ พริตตี้ คาราโอเกะ คอกเทลเล้าจน์ รถตู้ รถทัวร์ เรือยอชท์ และอีกเพียบ ใช้จิตสัมผัสแบบเร็วๆได้ประมาณนี้ เอาจริงมีอีกเป็นพันวิธีที่จะเกิดขึ้น



#ภาคของกำนัล ทุกครั้งของการเลือกตั้งทั้งสนามใหญ่ สนามเล็ก “การซื้อเสียง”มักไม่ค่อยมีเกิดขึ้น โดยส่วนมากเป็นการให้ของกำนัลด้วยความเคารพ ให้ของกำนัลเพื่อให้คนมาเป็นพวก หาใช่การซื้อเสียงไม่ การเลือกตั้งครั้งนี้ก็คงอีกเช่นกัน เราทำนายว่าของกำนัลทั้งหลายจะถูกมอบแก่ผู้มีอุปการะคุณในช่วงก่อนและหลังเลือกตั้งอย่างไม่ขาดสาย

ทั้งนี้ของมีค่าอันคู่ควรกับผู้มีอุปการะคุณทั้งหลาย อาทิ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ บ้าน คอนโดฯ นาฬิกา เพชรพลอย แก้วแหวน ทองคำ แพคเกจทัวร์ พระเครื่อง แบรนด์เนม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆควรเตรียมตัวรับมือ กับกำลังซื้อที่จะเพิ่มมากขึ้นในเร็วๆนี้


#ภาคอิทธิพล กลุ่มคนอันเป็นที่เคารพนับถือในสังคมแต่ละแห่ง แต่ละระดับ ไม่รู้ที่มา ที่ไป เบื้องหลังเป็นอย่างไรถึงมีอิทธิพลได้ บ้างก็มาด้วยความดี บ้างก็มาด้วยความโหด โดยส่วนใหญ่เขาเหล่านี้มักมีบริวาร ชาวคณะเป็นจำนวนมาก และที่แน่ๆคนกลุ่มนี้ “ดีล” อะไรต่อมิอะไรได้หลายอย่าง การเลือกตั้งมีความจำเป็นในการใช้ผู้มีอิทธิพลในสองลักษณะ ลักษณะแรกเป็นพันธมิตรในการสร้างฐานคะแนนเสียง เผยแพร่ความดีงามของผู้สมัคร ลักษณะที่สองเพื่อเป็นการขจัดขวากหนาม อำนวยความสะดวก หรือดำเนินกลยุทธ์ในด้านดาร์กไซด์

การดึงกลุ่มอิทธิพลเข้ามามีส่วนร่วมจำเป็นต้องมีการตอบแทน ไปใช้ฟรีๆอาจไม่โอเคกับการใช้ชีวิตในภายภาคหน้า ทั้งนี้การตอบแทนอาจเป็นในรูปลักษณะหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งหน้าที่ การพัฒนาสถานที่ในชุมชน การขยายเขตปกครองของกลุ่มอิทธิพล เงิน ของกำนัน การเลี้ยงดูปูเสื่อ การร่วมมือของภาคการเมืองกับภาคอิทธิพลนี้ นอกจากจะมีผลดีกับหัวหน้าแก๊งค์แล้ว ยังส่งผลให้มีเงินสะพัดไปถึงชาวแก๊งค์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ได้มากได้น้อยก็แล้วแต่เลเวลของแต่ละท่านกันไป


#ภาคสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สถานที่สำคัญทางศาสนา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางความเชื่อ เป็นอีกหนึ่งแหล่งรวมพลังใจ พลังความคิดของชุมชน จำเป็นอย่างยิ่งที่นักการเมืองต้องแสดงตัวในสถานที่สำคัญเหล่านี้ อาจไปในรูปแบบการกราบไหว้ แสดงความเคารพ บนบานศาลกล่าว จนกระทั่งเข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้คนในพื้นที่ในการทำบุญ การให้การสนับสนุน สถานที่เหล่านี้ในรูปแบบต่างๆ อาทิ จัดกิจกรรมโคโยตี้เต้นหน้าวัด สร้างพระ บูรณะสถานที่ ตลอดส่งทีมไปอำนวยความสะดวกเมื่อมีกิจกรรม ทั้งหมดเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่ศรัทธา มีจิตใจดี และเป็นพวกเดียวกัน

แม้ทั้งหมดจะเป็นการแสดงล้วนๆ แต่หากมองในด้านของเม็ดเงินจะพบว่า ส่งผลดีในหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้รับเหมารายย่อย ธุรกิจรับสร้างพระ-วัตถุมงคล เครื่องบูชา พ่อค้าแม่ขาย ร้านค้าบริเวณใกล้เคียง

#บทสรุป: 4 ภาคธุรกิจที่เราได้รวบรวมข้อมูลมานั้น คาดการณ์ว่าจะทำให้มีเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจเป็นหลักพันล้านบาท/เดือน อีกทั้งคาดว่าจะกระจายถึงกลุ่มรากหญ้าได้ไม่ยากนัก ทั้งนี้พรรคการเมืองจำเป็นต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อต่อสู้กันในครั้งนี้ (ยังไม่นับรวมเงินที่ต้องใช้ในการซื้อสื่อ ผลิตสื่อ เดินสายหาเสียง ที่อยู่ในระบบ) อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบว่าพรรคใดจะชนะการเลือกตั้ง แต่ที่แน่นอนคือเมื่อลงทุนไปเยอะ เข้ามาก็คงมาเอาทั้งทุนและกำไรกลับไป

1 view0 comments