ทำไงกันเมื่อ.... Technological Disruption


ทำไงกันเมื่อ.... Technological Disruption

#เข้าสู่ยุคดิสรัปชั่นต้องเตรียมตัว #ตกหลุมรักคุณรัวๆต้องเตรียมใจ

“เทคโนโลยี” กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการใช้ชีวิตไปแล้ว ถ้าไม่เชื่อย้อนไปดูคอนเทนท์ก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าเราใช้เวลาต่อวันอยู่กับเทคโนโลยีและการออนไลน์โคตรเยอะ!! ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็น ทำงาน พักผ่อน ทำธุรกรรมทางการเงิน ออกกำลังกาย เดินทาง ดูแลสุขภาพ ช้อปปิ้ง ฯลฯ ล้วนมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมันทำให้ชีวิตดี๊ดี เพราะอะไรก็ง่ายและสบายขึ้น

แต่ในทางธุรกิจ อีเทคโนโลยีที่มันเยอะและเร็วขึ้นเนี่ย เปรียบเสมือนดาบสองคมที่ทำให้ธุรกิจโตเร็วขึ้นและตายเร็วขึ้นในเวลาเดียวกัน เรียกเท่ห์ๆว่า กระแส “Technological Disruption” ซึ่งส่วนมากพวกธุรกิจ-อุตสาหกรรมโลกเก่าจะโดนกันเยอะ

ช่วงที่ผ่านมาเราอาจได้เห็นผลกระทบในหลายธุรกิจที่ต้องลดขนาดกิจการ หรือ ปิดตัวลง เนื่องจากปรับตัวแข่งขันไม่ทัน มีเงินทุนไม่เพียงพอ และไม่มีความสร้างสรรค์ใหม่ในการต่อยอดธุรกิจ

อย่างไรก็ตามมีองค์กรหลายแห่งในไทยที่ตื่นตัวรับมือกับการแข่งขัน นำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาองค์กร พัฒนาธุรกิจเดิมให้มีความได้เปรียบในตลาดมากขึ้น เช่น การใช้เทคโนโลยีคลาวด์ IoT Big Data รวมถึงแพลตฟอร์มธุรกิจดิจิทัลในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเสริมประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างผลตอบแทนในการดำเนินธุรกิจ พัฒนาแรงงานทักษะต่ำไปสู่แรงงานที่มีความรู้และทักษะสูง เปลี่ยนจากรูปแบบบริการแบบเดิมซึ่งมีการสร้างมูลค่าค่อนข้างต่ำ ไปสู่บริการที่มีมูลค่าสูง ฯลฯ

ร่ายมาเยอะ #เสี่ยวCREW พาไปดูไว้เป็นวิทยาทานแล้วกัน อ่อ..ลืมบอกแต่ละอันที่เอามาให้ดู เค้าลงทุนกันเยอะและใช้เวลามากมาย ดังนั้น..มันไม่ง่ายเลยเว้ยแกรร

บริษัท ซี แพนเนล จำกัด “CPanel” ผู้ผลิตและจำหน่ายผนังคอนกรีตสำเร็จรูป Precast ด้วยระบบ FULLY AUTOMATED กระบวนการผลิตทุกขั้นตอนควบคุมโดยเทคโนโลยีและเครื่องจักรของ Vollert Anlagenbau Gmbh ประเทศเยอรมันนีที่ทันสมัยและได้รับการยอมรับในระดับสากล ขั้นตอนการผลิตควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เพื่อความแม่นยำของวัสดุและลดปัญหา Human Error ส่งผลให้ผนังคอนกรีตทุกชิ้นที่ออกจากโรงงานมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ตรงตามแบบที่เจ้าของโครงการต้องการ และสามารถนำไปใช้ในการก่อสร้างบ้านหรืออาคารได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ได้นำซอฟท์แวร์ทางวิศวกรรมที่ทันสมัย ระบบ Real 3D มาใช้ในการออกแบบ จึงทำให้ภาพของการออกแบบโครงสร้างมีความชัดเจนขึ้น ผู้ออกแบบสามารถเห็นรูปแบบบ้าน อาคาร หรือคอนโดในรูปแบบเสมือนจริง และยังสามารถออกแบบเป็นชิ้นผนังคอนกรีตสำเร็จรูป เว้นช่องว่างตามขนาดประตู หน้าต่าง การจัดรูปทรงผนังตามรูปแบบของลูกค้า พร้อมทั้งวิเคราะห์โครงสร้างทางวิศวกรรมและออกแบบก่อสร้างได้โดยไม่จำกัดการดีไซน์สามารถใส่ตำแหน่งท่อร้อยสายไฟ ข้อต่อ เหล็ก และรูปแบบข้อต่ออัตโนมัติได้ตามเงื่อนไข ทำให้ได้ตำแหน่งที่ถูกต้องตั้งแต่การออกแบบ เกิดความแม่นยำในการประกอบโครงสร้าง

CPanel จำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้างรูปแบบใหม่ๆ มาสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างอยู่เสมอ เพื่อลดข้อจำกัดของพรีคาสท์ในรูปแบบเดิมๆ ต่อไปเราอาจจะได้เห็นอาคารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์งานก่อสร้างในอนาคต และเป็นจุดเปลี่ยนที่จะเห็นได้ชัดเจน แสดงให้เห็นถึงยุคสมัยของบ้าน อาคารหลากหลายดีไซน์จากคอนกรีตสำเร็จรูป Precast

เอสซีจี โลจิสติกส์ ในกลุ่ม บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ในฐานะผู้นำด้านการขนส่ง และโลจิสติกส์ มีความพร้อมก้าวสู่ธุรกิจในรูปแบบ Digital Driven Logistics ด้วยการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการให้บริการตลอดทั้ง Supply Chain ทั้งเทคโนโลยี Object Recognition ระบบตรวจจับและวิเคราะห์วัตถุ เทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) ระบบการจัดการข้อมูลภายในคลังสินค้า และเทคโนโลยี Chatbot ที่สามารถโต้ตอบผ่านทางสมาร์ทโฟน เพื่อความสะดวก และสร้างความมั่นใจในการจัดส่งสินค้าที่ถูกต้อง ตรงตามเวลาที่กำหนด ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตลอดกระบวนการทำงาน และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เกิดความถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการให้บริการลูกค้าทั้งภายในและภายนอกเอสซีจี ทั้งในประเทศไทย อาเซียน และ จีน

นอกจากนี้การเติบโตของธุรกิจ E-commerce และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มีผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ต้องการบริการโลจิสติกส์ที่ครบวงจร เอสซีจี โลจิสติกส์ จึงได้นำเสนอบริการ Fulfillment by SCG Logistics ในรูปแบบ One Stop Logistics Solution ช่วยผู้ประกอบการออนไลน์ให้เติบโต ด้วยบริการจัดการคลังจัดเก็บสินค้า บรรจุหีบห่อ และจัดส่งสินค้าทุกขนาดบริการเสริมที่ช่วยตอบสนองความต้องการพิเศษของลูกค้า ได้แก่ บริการบรรจุสินค้าตามความต้องการของลูกค้า เช่น แนบการ์ด ผูกโบว์ ก่อนบริการจัดส่ง บริการ White Glove ส่งและติดตั้งสินค้ามูลค่าสูงที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์

บริการ Reverse Logistics รับสินค้ากลับโรงงงาน หรือนำมาซ่อมเบื้องต้น รวมถึงบริการเสริม Data Analytic วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า เพื่อให้เจ้าของธุรกิจสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยลูกค้าสามารถตรวจเช็คสต็อคสินค้าและสถานะสินค้าได้จากระบบออนไลน์

บริษัท เอทีพี30 จำกัด (มหาชน) “ATP30” ผู้ให้บริการรถโดยสารไม่ประจำทาง ทั้งในส่วนของการให้บริการรถรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยไปยังโรงงานอุตสาหกรรม การให้บริการรับรับส่งนักท่องเที่ยว และการให้บริการรถ shuttle bus รับส่งมวลชน ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจมากที่สุด และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มมาตรฐานการบริการและความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร ส่งผลต่อการดำเนินงาน 3 ส่วนหลักคือ

1.) การบริหารจัดการการเดินรถ โดยรถของบริษัททุกคันมีระบบ GPS Tracking เพื่อควบคุมการเดินรถและวางแผนเส้นทางการเดินให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถติดตามและควบคุมพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถได้แบบเรียลไทม์

2.) การควบคุมต้นทุน เมื่อรถทุกคันมีระบบ GPS ทำให้บริษัทสามารถตรวจสอบได้ว่ามีรถที่ขับออกนอกเส้นทางหรือไม่ และยังมีเทคโนโลยี ในการตรวจสอบระยะการเดินทางสะสม ของรถแต่ละคัน เพื่อประมาณการณ์การซ่อมบำรุง การคำนวนน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของบริษัท

3.)สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ด้วยระบบ QR Code บนรถทุกคัน ผู้โดยสารสามารถแสดงความคิดเห็นกลับมา เพื่อให้บริษัทได้ปรับปรุงและพัฒนาการเดินรถให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน ATP30BEAM ให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถพร้อมกับระบุเวลารับ-ส่งได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ลูกค้าทดลองใช้บริการฟรี แอปพลิเคชันดังกล่าวจะถูกต่อยอดให้สามารถรองรับการบริการใน Smart City โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) ในอนาคต ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการให้บริการ


บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) “WHA Group” ผู้นำอันดับหนึ่งของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนาด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน รวมถึงดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่มีความพร้อมในการยกระดับธุรกิจด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ทุกธุรกิจ และสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่ทุกฝ่าย ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มธุรกิจของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ให้มากที่สุด ในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์เน้นไปที่การแสวงหาความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทและผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างมูลค่าจากนโยบายของภาครัฐ โดยเน้นไปที่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ การบินและอากาศยาน ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าที่สูงยิ่งขึ้นโดยอาศัยการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะและนวัตกรรมเข้ามาช่วย กลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและสภาพแวดล้อมที่มีมาตรฐานระดับโลกภายในนิคมฯ ของดับบลิวเอชเอ เพื่อรับประกันถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้า กลุ่มธุรกิจบริการสาธารณูปโภคและพลังงาน ภายใต้บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในส่วยของสาธารณูปโภคด้านน้ำ มีเทคโนโลยีในการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การผลิตน้ำด้วยระบบรีเวอร์สออสโมสิส และน้ำอุตสาหกรรมปราศจากแร่ธาตุ นอกจากนี้ยังมีการคิดค้นนวัตกรรมและการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้สำหรับสมาร์ทวอเตอร์โซลูชั่น เฟสแรก ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ตะวันออก (มาบตาพุด) ด้านธุรกิจพลังงาน จะเน้นที่พลังงานทางเลือกเป็นหลัก โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ในไทยและเวียดนาม ด้านโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิง ทั้งนี้ เทคโนโลยีและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นใหม่ๆ ที่ยังอยู่ภายใต้การศึกษา เช่น สมาร์ทกริด ระบบการจัดเก็บพลังงาน โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซและโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ และกลุ่มสุดท้าย กลุ่มธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม ภายใต้บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินโฟนิท จำกัด เร่งปรับโฉมทุกนิคมอุตสาหกรรมในเครือให้เป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ ปัจจุบันมีดาต้าเซนเตอร์ทั้งหมด 4 แห่ง ซึ่งในที่นี้รวมถึงการเข้าร่วมทุนกับทางซุปเปอร์แนป ที่เป็นดาต้าเซนเตอร์ระดับเทียร์ 4 แห่งเดียวในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมออสเตรเลีย) ด้วย นอกจากนี้ ยังให้บริการเทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติก (FTTx) ใน 5 นิคมอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายที่จะขยายฐานลูกค้าและการบริการให้ครอบคลุมทุกนิคมอุตสาหกรรมภายในสิ้นปีนี้ รวมไปถึงการเพิ่มการใช้งานเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ ในศูนย์กระจายสินค้า นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจต่างๆ ในเครืออีกด้วย

13 views0 comments