ทัวร์จีนที่คนไทยรังเกียจ



ทัวร์จีนที่คนไทยรังเกียจ #ไม่อยากไปเที่ยวไหนไกลขอเที่ยวแค่ในใจเธอได้ป่าว

“ทัวร์จีน” อยากให้นิยามกับคำสั้นๆนี้ว่าอะไร?

ถ้าเป็นเมื่อก่อนความรู้สึกและนิยามประมาณนี้คงมา “เอะอะ เลอะเทอะ เสียงดัง ไม่โอเค ทัวร์ศูนย์เหรียญขี้โกงไม่สร้างประโยชน์ให้บ้านเราเลย ฝ่าฝืน สร้างความเดือดร้อน ต้องปราบปราม กวาดล้าง บลา บลา บลา ไม่โอเคเลยยยนะจ๊ะ”

แต่แล้วไตรมาส 3 ผ่านไป นักท่องเที่ยวจีนเงียบกริ๊บ เราก็ได้พบกับสัมผัสใหม่แห่งการนอน ผู้ประกอบการสายท่องเที่ยวที่เคยคึกคัก ก็มีเวลาว่างพักผ่อนนอนไม่หลับกันมากขึ้น บ้างก็ว่าเป็นเพราะโลซีซั่น บ้างก็ว่าเป็นเพราะความไม่ต้อนรับ ซ้ำเติม ของใครบางคน (ใครฟระ?) เป็นเพราะอะไรก็แล้วแต่ เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในจังหวัดอันเคยมีนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมาก อย่าง กทม ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี น่าจะสัมผัสถึงผลกระทบได้อย่างจัง

รถทัวร์ ร้านนวด ร้านผลไม้ เครื่องสำอาง ร้านอาหาร ร้านขายของ ฯลฯ นั่งกันชิลเลยครับไม่มีไรทำ อย่าว่าแต่ผู้ประกอบการรายเล็ก รายน้อย รายกลางเลย บริษัทค้าปลีกหลายแห่งในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ผลลัพธ์พิสูจน์ได้จากผลประกอบการที่ชะลอตัวลง ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่หดตัว

จะไม่เป็นเช่นนั้นได้ไง...ปัจจุบันอัตราการบริโภคของชาวต่างชาติในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12% ของ GDP แล้วนักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนเป็น 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ยังไม่หมดแค่นั้นนะแกร มูลค่าเหล่านี้มันส่งต่อไปเป็นการจ้างงานในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก (มากกว่าภาคอุตสาหกรรมการผลิต) เมื่อคนมีงานก็มีรายได้ในการบริโภค การจับจ่ายของคนทำงานในกลุ่มนี้ก็เกิดตามมา แต่เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวหรือหดตัว ก็ซีดครับ จ๋อยครับ มาถึงตรงนี้ไม่อธิบายต่อแล้วนะว่าการท่องเที่ยวนั้นสำคัญฉะไหนกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ปรับกลยุทธ์ท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามตอนนี้เราก็มีการปรับประยุทธ์เป็นที่เรียบร้อย แอ๊ะ...ปรับกลยุทธ์!! มีโปรโมชั่นดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาในไฮซีซั่น แล้วก็เริ่มเห็นผลจากความหนาตาขึ้นของนักท่องเที่ยวจีนในละแวกต่างๆ ถ้าเป็นไปตามแผนทุกอย่างปีนี้รายได้การท่องเที่ยวคงจบสวยที่ประมาณ 2 ล้านล้านบาทตามความคาดหวัง ผู้ประกอบการที่เกี่ยวกับภาคท่องเที่ยวเองก็จะมีรายได้ฟื้นคืนสู่ภาวะที่ดีอย่างควรจะเป็น นอกจากนี้ก็ยังมีแคมเปญเที่ยวเมืองรองได้ลดหย่อนภาษีกระตุ้นการเที่ยวในประเทศกันอีกด้วยยย ชาวคณะการลงทุนมีความเสี่ยวของเราก็ยินดีนะจ๊ะถ้าทุกอย่างเป็นไปได้สวย

#ความคาดหวังด้านการท่องเที่ยว

โจทย์สำคัญยังไม่จบแค่นี้อ่ะดิ ปี 2562 ตามธรรมเนียมแล้วเราก็จะคาดหวังว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะโตต่อ เดี๋ยววววอย่าเพิ่งรีบก่อนฝันจะโต ควรหันมารักษาเสถียรภาพของรายได้การท่องเที่ยวกันก่อนจะดีไหมจ๊ะ สิ่งที่เกิดในปีนี้เป็นบทเรียนอันแสนสำคัญ ในจังหวะที่เราคิดว่าทุกอย่างมันโอเคเว้ย มันโตชิลๆเป็นไงล่ะ

“ไทย” ไม่ใช่ประเทศเดียวที่ทุกคนต้องอยากมาเที่ยว เราเคยมีความได้เปรียบในหลายด้านก็จริง แต่ทุกคนรอบบ้านเราก็พัฒนาและเพิ่มเสน่ห์ ดังนั้นการโตคงชิลไม่ได้กลยุทธ์ต้องเข้มกว่าเดิม การแข่งขันแรงขึ้นแน่นอน เศรษฐกิจโลกอาจชะลอกำลังการเที่ยวอาจลดก็เป็นอุปสรรค์อีก โครงสร้างพื้นฐานต่างๆของเราที่อาจยังไม่พร้อมในการรองรับ การดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ

ส่วนการเที่ยวเมืองรองนั้น ไปเที่ยวแม่น้ำสะแกกรังกันไหมแกรรร? งงดิ ไม่รู้จักดิ เอาจริงๆนโยบายนี้ดีมากนะจ๊ะ แต่ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า เมื่อชาวคณะการลงทุนมีความเสี่ยวได้พากันไปยังแม่น้ำสะแกกรัง มันก็ไม่รู้ว่ามีที่ท่องเที่ยวอื่นบ้างไหม ถ้ารู้แล้วไปไงต่อ ร้านกาแฟมีไหม ถ่ายรูปเก๋ๆได้รึเปล่า

พื้นฐานเราพร้อมหรือยังทั้งการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและกระจายการท่องเที่ยวในประเทศ?

0 views0 comments