“ธุรกิจชะงัก-หนี้ครัวเรือนเบิ้มๆ”



“ธุรกิจชะงัก-หนี้ครัวเรือนเบิ้มๆ” ฉิบหายแล้วบ้านกู (2) #หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างมากมายแต่มิวายความคิดถึงที่ให้เธอ

"ธนวรรธน์ พลวิชัย" อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

ไฮไลท์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2564 • ธุรกิจภาคเอกชนหยุดชะงัก การลงทุน-บริโภคทรุดตัว • ดัชนีความเชื่อมั่นหล่นวูบ • หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงสุดรอบ 12 ปี • จับตามาตรการคุมโควิด-19 และอัตราการว่างงาน • คาดการณ์เศรษฐกิจขยายตัว 2.2%

การระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการยกเลิกการจัดงานปีใหม่ งานรื่นเริง รวมถึงความไม่แน่นอนในเรื่องของการใช้มาตรการล็อกดาวน์พื้นที่ต่างๆ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ประกอบกับประชาชนไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยว ใช้บริการร้านอาหารรวมถึงโรงแรมต่างๆได้ ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือน ธ.ค.63 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงจากระดับ 33.7 มาอยู่ที่ 31.8 ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 6 เดือนนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 63 จากมีการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ นอกจากนี้การระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ซึ่งมีการขยายวงของผู้ติดเชื้อไปในหลายจังหวัด ส่งผลให้ผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการ รวมถึงการลงทุนและการบริโภคทรุดตัวลง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการขอให้รัฐบาลดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ใช้มาตรการทางการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ย ชะลอการจ่ายภาษี ช่วยพยุงการจ้างงาน อีกทั้งต้องควบคุมการระบาดของโควิด-19 ให้ได้โดยเร็ว เร่งสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนและใช้งบประมาณของรัฐบาลในการอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการประคองไม่ให้เกิดการทรุดต่ำลง

“ห่วงภาวะเศรษฐกิจของประเทศหลังจากนี้ 3 เดือน หากการดูแลควบคุมการระบาดของโควิด-19 ไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม จะยิ่งมีผลต่อการจ้างงานหรือการปลดคนงาน ขณะนี้อัตราการว่างงานอยู่ที่ 2% หากมีตัวเลขการว่างงานเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลกระทบทำให้ภาวะเศรษฐกิจส่วนภูมิภาคได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวเช่นกัน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมยังไม่สามารถลงทุนได้อย่างเต็มที่”

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 1 พันราย พบว่าจำนวนหนี้เฉลี่ยของครัวเรือนและการผ่อนชำระในปี 2563 สูงถึง 483,950.84 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวสูงถึง 42.3% และถือว่าสูงที่สุดในรอบ 12 ปี นับจากปี 2552 เนื่องจากค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ขาดรายได้เพราะถูกออกจากงาน รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ทั้งนี้เป็นการก่อหนี้ใหม่สูงกว่า 70% เป็นผลมาจากการเกิดโควิด -19 เศรษฐกิจไม่ดี และมีหนี้สินเยอะขึ้น อย่างไรก็ดี การก่อหนี้ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นหนี้ในระบบ มีสัดส่วนอยู่ที่ 75.3% ขณะที่หนี้นอกระบบ มีสัดส่วนอยู่ที่ 24.7% จึงเชื่อว่าภาครัฐยังสามารถควบคุมได้

ส่วนการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศในปีนี้ อาจขยายตัวได้เพียง 2.2% จากเดิมที่คาดขยายตัว 2.8% เนื่องจากมีหลายปัจจัยจากการแพร่ระบาดโควิดที่ยังไม่สามารถควบคุมได้

1 view0 comments