บจ.ก่อเหตุสลด เบี้ยวหนี้!!



บจ.ก่อเหตุสลด เบี้ยวหนี้!! #เป็นหนี้ยังพอมีหนทางแก้แต่ขาดแคลนรักแท้ไม่รู้จะแก้ยังไง

มาอีกแล้วบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ก่อเหตุสลดเบี้ยวหนี้ ล่าสุด บมจ.พีพี ไพร์ม (PPPM) “ไม่มี ไม่หนี แต่ไม่จ่ายนะจ๊ะ” บริษัทออกมาแจ้งอย่างแมน ๆ ว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจและโครงสร้างการเงิน ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้หุ้นกู็ได้ มูลค่ารวม 1,121.6 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นกู้ที่ถึงกำหนดไถ่ถอนแล้ว และมีปัญหาอยู่ 580 ล้านบาท และหุ้นกู้ยังไม่ครบกำหนดไถ่ถอน 541.60 ล้านบาท

หุ้นกู้ของ PPPM ให้อัตราดอกเบี้ยสูงมากเฉลี่ย 7.5% เพราะเป็นหุ้นกู้ไม่มีเรทติ้ง จัดอยู่ในกลุ่ม “ความเสี่ยงสูงงงงงงงง” ตอนนี้กำลังแต่งตั้งที่ปรึกษาการเงินเพื่อเจรจาขอยืดเวลาชำระไปอีก 2 ปี โดยจะให้ผลตอบแทนเพิ่มระหว่างนี้ก็จ่ายดอกเบี้ยขั้นต่ำไปก่อน เหมือนหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดนั่นแหล่ะ แต่ถ้าเจ้าหนี้อยากไถ่ถอนเงินให้กู้แบบทั้งก้อนก็ฝันไปก่อน เพราะไม่มีจ่ายฮะ

ที่จริง PPPM เพิ่มทุนไป 250 ล้านบาทเมื่อต้น ก.ค.ที่ผ่านมา เงินไปไหนหมดหนอ? แต่ถึงเหลือก็คงไม่พอจ่ายคืนอยู่ดี จริงๆแล้ว PPPM ไม่ใช่ใครที่ไหน เดิมคือ บมจ.ไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (TLUXE) เปลี่ยนชื่อมาเมื่อปลายปีก่อน เป็นหุ้นกลุ่มเดียวกับ บล.เออีซี (AEC) และ บมจ.เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป (ACAP) มีการถือหุ้นไขว้กัน โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่โยงใยกันอีรุงตุงนัง บอกเลยว่าหุ้นกู้ของบริษัทนี้ความเสี่ยงสูงเพิ่มไปอีก เพราะรู้กันดีว่ากลุ่มนี้เล่นแร่แปรธาตุวิศวกรรมทางการเงินเก่ง

ณ บัดนาวตลาดหลักทรัพย์ฯสั่ง “H” ห้ามซื้อขาย เพราะชี้แจงข้อมูลเป็นเท็จ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีนัยสำคัญและอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานของบริษัท มาดูกันดีกว่านักลงทุนที่ซื้อหุ้นกู้ของ PPPM ไปสามารถทำอะไรได้บ้าง

สรุป: นี่แหล่ะที่เรียกว่า High Risk-High Return เพียงแต่รอบนี้เป็น High Risk-No Return จ้าา


คงเรียกร้องอะไรมากไม่ได้ เพราะรู้อยู่แล้วว่าความเสี่ยงสูงแต่ก็ซื้อเพราะเห็นว่าผลตอบแทนแจ่ม

ไม่ต้องหวังจะไปหรอก เพราะเขาไม่ได้มีหน้าที่ทวงหนี้ ไม่เชื่อลองถามผู้ถือหุ้นกู้ บมจ.เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) หรือ บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (IFEC) ดู เพราะไปกันมาหลายรอบแล้วจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้อะไร

การเสนอขายหุ้นกู้ประเภทนี้ ก.ล.ต.ได้ออกเกณฑ์ใหม่มาเมื่อปีก่อน ว่า ผู้ซื้อต้องเซ็นรับทราบความเสี่ยง ไม่รู้ว่าได้เซ็นกันหรือไม่ หรือเวลาเซ็นได้อ่านหรือเปล่า พอผลออกมาแบบนี้ก็แปลว่า ก่อนซื้อรู้อยู่แล้วว่าอาจจะเกิดไรขึ้น เมื่อเกิดก็ต้องรับสภาพ รอดูการแก้ไขปัญหาของบริษัทไปด้วยตัวเอง

0 views0 comments