ประกันสังคม VS เจ้าของเงิน



ประกันสังคม VS เจ้าของเงิน

#ไม่ว่าประกันสังคมจะทำเพื่อใครแต่ยังไงผมจะทำเพื่อคุณ #อ่านเถอะสนุก #เขียนจากชีวิตจริง

“ประกันสังคม” เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกันตน ? ด้วยเหตุผลนี้ พวกเราและนายจ้างจึงส่งเงินสมทบกันไม่ขาด เพื่อยามเดือดร้อน เจ็บไข้ได้ป่วย แก่ตัว จะมีเงินไว้จุนเจือ ผ่อนหนักเป็นเบาบ้าง

แต่...วันนี้ วันที่เราเดือดร้อนจริงๆ “ประกันสังคม” กลายเป็นภาระ กลายเป็นเรื่องหนักใจ และโคตรน่ากังวล เฮ้ยยย...ใช่อ่อ เค้าประกาศปาวๆว่าพร้อมช่วย พร้อมจ่าย มีตังค์

อย่าเพิ่งด่วนสรุป จนกว่าจะได้อ่าน

ประกันสังคมภาคบังคับสำหรับมนุษย์เงินเดือนนั้น กฏหมายบังคับให้เข้าเป็นผู้ประกันตนโดยอัตโนมัติตามมาตรา 33 โดยที่ผู้ประกันตนนำส่งเงินประกันอยู่ที่ 5% ของเงินเดือน คิดจากฐานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท เท่ากับว่าเพดานสูงสุดที่เราต้องนำส่งอยู่ที่ 750 บาท/เดือน และนายจ้าง บริษัทที่เราทำงาน มีหน้าที่สมทบเงินประกันสังคมให้กับพนักงานอีก 5% ของฐานเงินเดือน โดยคิดฐานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทเช่นเดียวกัน

กรณีสมมติของ นายเสี่ยว อายุ 35 ปี เข้าระบบประกันสังคมมา 15 ปี ฐานเงินเดือนปัจจุบัน 25,000 บาท

- เงินที่นายเสี่ยวนำส่งประกันสังคม: 750 x 12 x15 = 135,000 บาท

- เงินที่นายจ้างของนายเสี่ยวนำส่งประกันสังคม: 750 x 12 x15 = 135,000 บาท

- รวมเงินนำส่งของการลำบากตรากตรำทำงานตลอดระยะเวลา 15 ปี = 270,000 บาท

สิทธิประโยชน์ที่นายเสี่ยวพึงได้ มีดังนี้

- กรณีเจ็บป่วย นายเสี่ยวปวดหัวกับรัดบานจนไมเกรนขึ้น แวะไปโรงพยาบาลปีละครั้ง คิดเป็นค่าใช้จ่ายเรทโรงพยาบาลเอกชนครั้งละ 1,200 บาท ตลอดระยะเวลา 15 ปี เป็นเงิน 18,000 บาท

- กรณีคลอดบุตร ยังไม่มีลูก

- กรณีทุพพลภาพ ยังไม่ใช้และชีวิตนี้ยืนยันว่าจะไม่ใช้

- กรณีตาย ก็ยังไม่ตายอีกน่ะแหละ

- กรณีสงเคราะห์บุตร เลี้ยงตัวเองยังยากเลยฮะนาทีนี้

- กรณีชราภาพ ยังไม่แก่ แต่ยังไม่ได้ศึกษาลึกซึ้ง คุ้นๆว่าถ้าแก่แล้วจะได้เดือนละ 2,000 บาท

- กรณีว่างงาน - ว่างละฮะ จะแดกแกลบละฮะ

วันที่นายเสี่ยวตกงานจากวิกฤติโรคระบาด จึงวิ่งหน้าตั้งไปประกันสังคม พร้อมหลักฐาน และข่าวสารที่รับมา ว่า ประกันสังคมเยียวยา 45% บ้าง 62% บ้าง 70% บ้าง (ไม่รู้แหล่ะได้ตรงไหนเอาตรงนั้น) พอเห็นงี้ในฐานะผู้ประกันตนที่ดีก็สบายใจ เมื่อ...ไปถึงสำนักงานประกันสังคม

เจ้าหน้าที่: ได้ชดเชย 30% นะ นายเสี่ยว: อ้าว!! เอ่อออ ที่ประกาศมาไม่ใช่นี่ฮะ เจ้าหน้าที่: ก็ยังไม่รู้ว่าจะเยียวยาเท่าไหร่ เอกสารตราครุฑยังไม่มา

ณ วินาทีที่เจ้าหน้าที่พูดจบ ณ วินาทีนั้นในหัวของนายเสี่ยว มีเพียงคำว่า พ่องง!!

ทีนี้เรามาดูฐานะของกองทุนประกันสังคมกันบ้าง ณ ไตรมาส 3/62 เงินกองทุนประกันสังคมตามงบการเงิน อยู่ที่ 2,177,473 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินกองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทน 4 กรณี คือ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และตาย 120,776 ล้านบาท / เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทน 2 กรณี ได้แก่ สงเคราะห์บุตร และชราภาพ 1,861,643 ล้านบาท / เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 181,641 ล้านบาท / เงินกองทุนในส่วนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 รวม 13,412 ล้านบาท

รายงานประกันสังคมยังระบุอีกว่า รายรับส่วนใหญ่มาจากเงินสมทบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น สำหรับรายจ่ายเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งเกิดจากสำนักงานประกันสังคมมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตน รวมถึงการใช้บริการมีอัตราเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น และผู้ประกันตนรักษาสิทธิของตนเองอย่างต่อเนื่อง

เอ้ออ!! ตังค์เยอะนิ จ่ายมาเถอะ นี่มันเป็นเงินของเราเองที่จ่ายไปเน้อออ ขอดึงมาใช้ 2-3 หมื่นบาทประทังชีวิตก่อนนะ ไม่ได้ฮะ!! อันนั้นมันตัวเลขทางบัญชี เงินจริงๆเอาไปลงทุนเกือบหมดแล้ว

ณ 31 ธ.ค. 62 กองทุนประกันสังคมจัดสรรเงินลงทุนวงเงิน 2,095,393 ล้านบาท หรือ 90% ของเงินกองทุนสะสมทั้งหมด แบ่งเป็น

- ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง 1,691,194 ล้านบาท หรือ 81% ประกอบด้วย พันธบัตรรัฐบาลและที่กระทรวงคลังค้ำประกัน 1,412,674 ล้านบาท / หน่วยลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ 93,686 ล้านบาท

- เงินฝาก 79,613 ล้านบาท

- หุ้นกู้เอกชนที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ 1,045,220 ล้านบาท

- ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเป็นวงเงิน 404,199 ล้านบาท หรือ 19% ได้แก่ หน่วยลงทุนตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือและตราสารทุนต่างประเทศ 91,424 ล้านบาท / ตราสารทุนไทย 238,040 ล้านบาท / พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังไม่ได้ค้ำประกัน 9,483 ล้านบาท / กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และทองคำ 65,253 ล้านบาท

- ผลตอบแทนจากการลงทุนสะสมตั้งแต่ปี 2534-2562 รวมทั้งสิ้น 666,030 ล้านบาท

#สรุป: เงินที่จะเอามาอุ้มลูกจ้าง แรงงาน ซึ่งจ่ายเงินสมทบด้วยการเอาแรงกายแรงใจไปแลก เพื่อทำงานจ่ายเงินสมทบมาด้วยความยากลำบาก “รัฐ” ในฐานะผู้บริหารกองทุนตั้งวงเงินไว้ “แสนกว่าเกือบสองแสนล้านบาท” ในทางกลับกัน รัฐ เอาเงินไปอุ้มบริษัทขนาดใหญ่ รัฐวิสาหกิจ ด้วยการซื้อหุ้น ซื้อบอนด์ ด้วยวงเงินหลัก “ล้านล้านบาท”

ซึ่งตอนนี้มูลค่าของสิ่งที่อุ้มไว้มันคงหดหายไปมากโข ตามภาวะตลาดที่เลวร้าย

อารมณ์ตอนนี้เหมือนนั่งดูเพื่อนที่ยืมเงินเราไป ใช้ชีวิต กินหรู อยู่แพง แต่กูแดกมาม่า จ่ายค่างวดไม่ทัน พอทวงแม่งก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย หรือตอบว่าทวงอยู่นั่น เงินแค่นี้เอง

ไม่รู้แหล่ะ...เอาเงินกูม๊าาาาาาาาาา

0 views0 comments