ปั้นอนาคตลูกสู่อาชีพสุดปังใช้ตังค์เท่าไหร่



ปั้นอนาคตลูกสู่อาชีพสุดปังใช้ตังค์เท่าไหร่ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี "รักนะจ๊ะคนดี”มีให้เธอคนเดียว ก่อนหน้านี้

เราพูดถึงประเด็นการสอนลูกให้รู้จักค่าของเงินกันไปแล้ว แต่!!! โลกเดี๋ยวนี้พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่มองแค่ตอนเด็กแล้วนะคะ มองกันไปถึงตอนโตเรียนจบ แต่งงาน มีครอบครัว มีลูก วางแผนให้กันไปยาวๆ(แต่ต้องอยู่บนสมมติฐานสิ่งที่เด็กๆชอบด้วยนะคะ)

กลับกันฝั่งลูกๆเองก็มักจะมีคำถามอยู่เสมอ ว่า เมื่อไหร่พ่อกับแม่จะมองว่าพวกเค้าโต และปล่อยวางได้ซะที ?

เดี๊ยนว่าคำถามนี้ดีมาก อะไรคือจุดที่จะวัดว่าเราโตแล้ว? อายุ อาชีพ สินทรัพย์ เงิน สิ่งของ ความสุข ความรัก ความรับผิดชอบ หลากหลายตัวแปรในการวัดมากมาย แต่สิ่งที่เดี๊ยนรู้สึกและคิดว่าพ่อแม่เดี๊ยนคิดเหมือนกัน คือ ลูกจะโตก็ต่อเมื่อเมื่อมีแนวความคิดในเรื่องต่างๆอย่างถูกต้องและรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ซึ่งถ้าจะรับผิดชอบตัวเองได้ก็ต้องรู้จักหาเงินจะได้เอาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองสินะ

วิธีการหาเงินสมัยนี้ก็เยอะอีก เทคโนโลยีมันไฮเทคสุด อาชีพอะไรก็ไม่รู้ เกิดขึ้นมาเยอะแยะมากมาย ก่ายกอง มโหฬาร บานบุรี ศรีโยธิน พอ!!!!

วันนี้เลยอยากจะขอโอกาสมาช่วยคิด ช่วยแนะนำ ว่า ตอนนี้มีอาชีพอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง (อันนี้นั่งดูจากสภาวะแวดล้อมของรอบตัวเดี๊ยน ซึ่งอาจจะออกมาถูกใจ ไม่ถูกใจ ถูกต้อง หรือไม่ถูกต้องก็ได้นะ เอาเป็นว่าเราเปิดพื้นที่ให้แสดงออกได้เต็มที่ ขออย่างเดียว อย่าด่ากัน!!!)

อาชีพแรกที่อยากแนะนำต้องบอกว่าเพิ่งเกิดมาเมื่อไม่นานนี้ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโลกให้เข้าสู่ยุคดิจิตอล และโลกออนไลน์กลายเป็นเป็นที่รวบรวมผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกเชื้อชาติไว้อย่างแน่นขนัด รีวิวเวอร์ บล็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์ เลยกลายเป็นอาชีพที่มาแรงแซงทางโค้ง

ขออธิบายสั้นๆ ว่า อาชีพนี้คือกลุ่มคนที่ได้รับความเชื่อถือในแต่ละด้าน เมื่อนำเสนอหรือพูดถึงสินค้า หรือบริการอะไร ก็จะสามารถสร้างกระแสให้คนอื่นๆไปใช้บริการหรือซื้อตาม ซึ่งเดี๋ยวนี้เจ้าของสินค้า/บริการต่างๆนิยมใช้บริการคนกลุ่มนี้เป็นอ ย่างมาก และเท่าที่รู้มาอาชีพนี้รายได้ก็ดีงามด้วยเช่นกัน รายที่ดังๆสามารถทำเงินกันหลักแสน-หลักล้าน/เดือนเลยทีเดียว แล้วถ้าอยากทำอาชีพนี้ต้องทำยังไงละ? เอาเท่าที่รู้นะ คนเหล่านี้ต้องสั่งสมความรู้ และประสบการณ์ เพื่อให้เกิดความชำนาญในสายนั้นๆ เช่น ถ้าจะเป็นรีวิวเวอร์สายความงาม ก็จะต้องมีความรู้ด้านเครื่องสำอาง เครื่องประดับ การแต่งกาย บุคลิก อะไรก็ตามที่ทำให้เกิดความสวยงาม และนั้นก็คือต้นทุนทั้งนั้นค่ะคู้นนนน

เพราะถ้าหากเราไม่ได้มีชื่อเสียงตั้งแต่เกิดมันก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ซึ่งวิธีการสร้างชื่อเสียง ก็คงต้องเป็นทางของแต่ละคนว่ากันไป - บางคนอาจเน้นการใช้เงินโปรโมทตัวเองในช่วงแรกๆ - บางคนทำอะไรแหวกแนว - บางคนใช้ภาพถ่ายสวยๆ - บางคนเน้นโชว์เรือนร่าง - บางคนเน้นสาระ ฯลฯ

ซึ่งในจุดนี้การันตีได้ยากมากค่ะ ว่าการลงทุนลงแรงไปนั้นจะทำให้มีชื่อเสียงมากพอหรือเปล่า บางคนเสียเงินเสียเวลาไปเยอะก็ยังไม่เปรี้ยงสักทีก็มีเช่นกัน

ขออนุญาตเสนอคำแนะนำเพื่อปูทางสู่อาชีพนี้กันสักนิด ถ้าลูกๆของคุณสนใจและอยากเป็น แนะนำให้เค้าหาความรู้เรื่องพฤติกรรมมนุษย์ บวกกับเรื่องของการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และหาความถนัดเฉพาะด้านให้ตัวเอง (ดนตรี / กีฬา / อาหาร/ศิลปะ / ภาษา / แฟชั่น ฯลฯ เพียบบมาก) ซึ่งการเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์เป็นพื้นฐานสำคัญของอาชีพนี้ เพราะทำให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ผู้คนชอบอะไร ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาวิธีนำเสนอที่จะต้องออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เฟค ไม่ฮาร์ดเซลส์ แต่ตอบโจทย์ (โอ้วโหววมันยากนะคะเนี่ย ไม่ได้ทำกันง่ายๆ)

นอกจากนี้ก็ต้องมีเครื่องมือทำมาหากินเป็นของตัวเอง เอาแบบเล็กๆ ก็อาจจะเริ่มด้วย คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป โปรแกรมตัดต่อ ซึ่งถ้าประเมินราคาคร่าวๆแล้ว คอมพิวเตอร์เอาแบบพอทำงานได้ 25,000-35,000 บาท กล้องถ่ายรูป+ วิดีโอ(คลิปสั้นๆ) น่าจะประมาณ 20,000 – 30,000 บาท โปรแกรมตัดต่อ อันนี้มีแบบฟรี ถ้าตีต้นทุนคร่าวๆก็จะอยู่ที่ 4-5 หมื่นบาท ซึ่งตรงนี้ขอแนะนำอีกนิดว่า ควรนำเอาเป้าหมาย งบประมาณการลงทุนนี้มาให้ลูกได้ลองทำดู จะได้ให้เค้าเรียนรู้เรื่องของการวางแผนการเงินไปด้วยเลยทีเดียว

ถัดมาอีก 1 อาชีพ ที่ยังคงเป็นดาวรุ่งต่อเนื่อง และยังคงเกี่ยวข้องกับความสวยความงาม คือ คุณหมอผิวหนัง และคุณหมอศัลยกรรมตกแต่ง และด้าน Anti aging คร้า อันนี้คิดว่าน่าจะยังคงอยู่ในกระแสไปอีกยาวนาน

เพราะใครๆก็อยากสุขภาพแข็งแรง ดูดีกันทั้งนั้น ซึ่งกลุ่มนี้ คุณหมอต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ดังนั้นถ้าลองมาคำนวณค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัยไปจนจบ เฉพาะทางแบบคร่าวๆ ก็น่าจะประมาณนี้นะเรียนหมอ 6 ปี

ถ้าเรียนมหาลัยฯรัฐค่าเทอมประมาณเทอมละ 2 หมื่น รวมๆ 6 ปี น่าจะประมาณ 2.5 แสนบาท

ถ้าเรียนเอกชน ค่าเทอม หลักแสน หกปี ก็น่าจะเกือบล้าน แต่ยังมีค่าอุปกรณ์ ค่าแล็บ ค่าอื่นๆอีกเช่น ค่ากินอยู่ ค่าหอ อันนี้คิดยากต้องแล้วแต่คน มีตั้งแต่หลักหมื่นถึงสูงกว่านี้ก็ได้

แล้วถ้ามาเรียนเฉพาะทางค่าเรียนก็จะแพงมากขึ้นไปอีก ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยที่เลือก อันนี้ที่แนะนำเพราะว่ามันจะส่งผลต่อการวางแผนการเงินของพ่อแ ม่อย่างแน่นอน การศึกษาถือเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญสำหรับการดูแลลูกจริงๆค่ะ

เอาละ วันนี้ช่วยคุยเท่านี้พอ เพราะเดี๋ยวมีนัดไปกินข้าวกับคุณหมอผิวหนังสุดหล่อนะคะ คราวหน้ามีอาชีพอะไรที่น่าสนใจอีกจะเอามาเม้าท์ให้ฟังเพิ่มเติม

#ลงทุนได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ก็ไม่คุ้มเท่ากับได้หัวใจเธอมา บรั๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

0 views0 comments