หุ้นท่องเที่ยวเฟี้ยวตรงไหน ?



หุ้นท่องเที่ยวเฟี้ยวตรงไหน ? #ท่องเที่ยวรอดไหมยังไม่รู้เท่าที่รู้มีแต่เธอในหัวใจ #น่าเป็นห่วง #โปรดระวัง

ความกังวลการระบาดของโควิด-19 ในบ้านเราเหมือนจะเบาลงบ้างแล้ว เนื่องจากไม่มีการติดเชื้อในประเทศมาพักใหญ่ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ มันก็ผ่านอะไรมาเยอะมว๊ากก สร้างความบอบช้ำให้กับธุรกิจหลายภาคส่วน โดยเฉพาะ “ท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นภาคธุรกิจใหญ่ของประเทศ ถึงตอนนี้..มีผู้ประกอบการหลายรายเจ๊งไปแล้ว หลายคนยังตกงาน

แต่เมื่อไม่นานมานี้...จู่ๆราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว กลับมาดีดอีกครั้งแม้ภาพรวมธุรกิจจะยังอยู่ในอาการย่ำแย่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำนวนไม่น้อยแห่เข้ามาซื้อหุ้นกันหนุกหนาน ที่มันเป็นอย่างนั้นก็เพราะ แค่มีข่าวดี ครม. อนุมัติหลักการ เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa) หรือ STV เข้ามาพักในประเทศไทยแบบระยะยาว แถมยังอนุมัติวันหยุดยาวเพิ่มให้ไปเที่ยวกันอีก (ยังมีตังค์เที่ยวกันไหมมมม) นอกจากนี้ยังมีเรื่องความหวังการพัฒนา "วัคซีน" ป้องกันเชื้อโควิด-19 ตามมาด้วยเสียงสะท้อนของผู้เชี่ยวชาญการลงทุนหลายสำนักที่ทยอยออกบทวิเคราะห์เชียร์ซื้อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวอีกครั้ง...ด้วยเหตุผลว่า "เหตุการณ์เลวร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว"

ก็เข้าใจอ่ะนะว่า "หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว" เป็นหุ้นเข้าข่ายเติบโตสูง ตามปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางเข้ามาสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยตลอดหลายสิบปี ทำให้หลายท่านยอมซื้อหุ้นโดยบวกพรีเมี่ยมเข้าไปในราคา หรือเรียกง่ายๆว่าซื้อขายกันบน P/E สูงเฉลี่ย 30-40 เท่า เพราะคาดหวังการเติบโตโดดเด่นระยะยาว แต่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้วนะเฟ้ย!! ท่ามกลางความเสี่ยงใหม่วิกฤติโรคระบาดเกิดขึ้นรอบ 100 ปี ทำให้เกิดคำถาม ว่า ศักยภาพการทำกำไรของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว จะกลับมาเติบโตอย่างรวดเร็วตามราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนกับความหวังอันเลือนลางหรือไม่ ภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน และสถานการณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย จะกลับมาเข้าสู่ภาวะปกติเหมือนกับช่วงก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 คิดว่าต้องใช้เวลาสักกี่ปี !! สำหรับนักลงทุนที่มีคำตอบอยู่แล้ว ก็คงจะใช้วิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาสสร้างผลกำไรจากการลงทุน จับจังหวะซื้อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในราคาที่มีส่วนลดจากมูลค่าพื้นฐานที่แท้จริง ตามสูตรคำนวณคาดการณ์ผลกำไรในอนาคต แต่!! #เสี่ยวCREW อยากเตือนสักนิด อย่าลืมดูฐานะทางการเงินของบริษัทที่เข้าไปลงทุนด้วย เพราะในยุคการท่องเที่ยวเฟื่องฟู หลายบริษัทใช้เงินกู้จำนวนมากขยายกิจการ เพื่อรองรับการเติบโตครั้งใหญ่ หรือบางบริษัทแบกรับภาระเงินกู้จำนวนมหาศาลมาแสนนาน พอเกิดวิกฤติสภาพคล่องก็ขาดสะบั้น บางรายถึงกับต้องยกธงขาวขอเข้าฟื้นฟูกิจการ นอกจากนี้ หากสถานการณ์องอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ไม่สามารถกลับมาเติบโตได้เหมือนที่คาดการณ์ กำไรเข้าสู่ภาวะถดถอย การซื้อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในวันนี้จะกลายเป็น "โอกาส หรือเป็น "วิกฤติ" กับพอร์ตการลงทุนของตัวคุณเองกันแน่จ๊ะ 8 หุ้นท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงช่วงระหว่าง 3 ส.ค.-18 ก.ย.63 หลักทรัพย์ เปลี่ยนแปลง MINT +24.73% AOT +16.99% THAI +12.24% CENTEL +6.70% AAV +2.76% ERW -3.01% BA -7.02% NOK -11.11%

4 views0 comments