รวยแล้ว...ทำไมยังทำงาน??



รวยแล้ว...ทำไมยังทำงาน??

#รวยแล้วไม่หยุดทำงานฉันใดรักเธอไม่มีหมดจากใจฉันนั้น #เขียนจากชีวิตจริง #ทำงานเหมือนกลัวอดตาย


“ทำไปก็เท่านั้นเรามันก็แค่ลูกจ้าง”

“ชีวิตทาสในห้องแอร์ จ้องหน้าคอมมากกว่าหน้าแม่ เงินเดือนยิ่งแย่แต่แพ้ไม่ได้”

“รักงานได้แต่อย่ารักบริษัท เพราะบริษัทไม่ได้รักคุณ”

“เรียนแทบตายจบมาได้หมื่นห้า”

“ต้นทุนชีวิตคนเราไม่เท่ากันอย่างเราทำไปก็เท่านั้น” ฯลฯ

ประโยคแนวนี้คงเคยผ่านตากันมาบ้างนะฮะ ส่วนมากก็พวกเราคนชั้นกลางนีล่ะบ่นกัน แชร์กัน โพสต์กัน ไปเรื่อย มันก็ไม่ผิดหรอกที่จะตัดพ้อ แต่มันก็เป็นอะไรที่ไม่สร้างสรรค์เอาซะเลยในการมีชีวิต (ดึงดราม่าแพบ) เพราะแทนที่จะเอาเวลาไปนั่งคิดให้โลกมันดูแย่ลง ควรจะเอาเวลาไปคิดไปหาทางพัฒนาตัวเอง หาทางทำมาหากินให้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมจะดีกว่าป่าว

หลายคนอาจคิดว่า ถ้า “รวย” มีไอ้โน่น ไอ้นี่ อย่างคนมีตังค์เขามีกันน่าจะมีความสุข สบายกว่าเดิม ชีวิตง่ายขึ้น ดีขึ้น ซึ่งมันก็น่าจะจริงอยู่ แต่จริงกว่านั้นอีก คือ กว่าจะรวย มีฐานะมั่นคง นั้นไม่ง่าย ต้องฝ่าฟันความยาก ความลำบากมาไม่น้อย และที่แน่ๆคนที่ฐานะมั่นคงแล้วทุกคนไม่เสียเวลามานั่งคิดอะไรตามข้อความข้างต้นเป็นแน่แท้

นอกจากนี้เคยลองตั้งข้อสงสัยไหมว่า กลุ่นคนที่รวย มีฐานะมั่นคง หลายๆคนยังคงทำงานหนัก ทำงานประหนึ่งกลัวอดตาย ขยายธุรกิจไม่รู้จักหยุดหย่อนทั้งๆที่กิจการก็ใหญ่โต ทำกำไร (เป็นแบบนั้นจริงๆจากที่เคยเห็น) #เสี่ยวCREW เอามุมมองบางส่วนจากเจ้าของกิจการใน mai และ SET มาฝากเป็นวิทยาทาน

ปิยะ เตชากูล ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บมจ. เอทีพี30 (ATP30)

เมื่อถามว่าคนที่รวยแล้วทำไมยังต้องทำงาน ปิยะถามกลับว่าต้องถามก่อนว่าวัตถุประสงค์ในการทำงานของแต่ละคนคืออะไร ทำเพื่อสร้างฐานะ เพื่อความมั่นคงในชีวิต ทำเพราะต้องมีอาชีพ ทำเพราะเงิน ฯลฯ หรืออีกหลายคน ทำงานเพราะรัก เพราะชอบทำงาน เพราะมีความสุขกับการทำงาน

ด้วยความเชื่อของคนไทยในรุ่นก่อนที่ถูกปลูกฝังว่าต้องเลือกเรียนในสาขาที่สามารถเลี้ยงชีพและทำเงินได้ จึงทำให้หลายคนไม่ได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ ตรงข้ามกับบางประเทศที่ทุกอาชีพรายได้ไม่หนีกันมาก เขาก็จะเลือกทำอาชีพที่ชอบ พอเริ่มจากความชอบมันก็จะไปได้ไกลกว่า ต่อยอดได้ดีกว่าคนที่ต้องทำเพราะเงิน

“ผมเคยทำงานในภาคอุตสาหกรรมตามสายที่เรียนจบมา คือ วิศวะฯ จนได้รับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ซึ่งก็สูงสุดแค่ตรงนั้น ช่วงเวลาที่ทำงานเกือบ 20 ปีนั้น ผมเห็นรถรับส่งพนักงานทุกวัน สมัยนั้นรถรับส่งส่วนใหญ่ยังเป็นรถพัดลม สภาพค่อนข้างเก่า ผมคิดว่าพนักงานที่ต้องเดินทางมาทำงานเป็นกะ ควรได้รับสวัสดิภาพที่ดีกว่านี้ ผมก็คิดว่าการเดินรถที่มีคุณภาพน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในการให้สวัสดิการกับพนักงาน ตอนที่เริ่มทำธุรกิจจึงเริ่มทำด้วยความสนุก แล้วมันต่อยอดมาได้เรื่อยๆ”

ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทในปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ปิยะ ใส่ใจทุกรายละเอียด ทุกขึ้นตอนการทำงาน ตั้งแต่นำแผนธุรกิจเข้าไปเสนอในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จนผู้บริหารนิคมสนใจและร่วมลงทุนด้วยเงินส่วนตัว รวมทั้งการหาลูกค้า การเลือกประกอบรถด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูง ไปจนถึงการต่อยอดบริการด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ให้การให้บริการที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ย้อนกลับไปที่คำถามว่ารวยแล้วทำไมยังต้องทำงาน สำหรับผมการทำงานเหมือนการได้ทำกิจกรรมที่เราชอบและเป็นการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง เพราะฉะนั้นมันไม่มีเหตุผลว่าทำไมเราจะต้องเลิกทำเพียงเพราะว่าเรามีฐานะแล้ว ที่ผมทำงานเพราะผมยังมีความความสุขกับการทำงานทุกวัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรูปแบบของการทำงานที่ผมไม่ได้เป็นลูกจ้าง ผมจึงมีความแอคทีฟ มีแพสชั่น

และผมทำเพราะอยากเห็นความสำเร็จในธุรกิจที่ผมสร้าง อยากเห็นคุณค่าในงานที่ทำ อยากเห็นความเป็นอยู่ที่สุขสบายขึ้นกว่าเดิมของทีมงาน

ATP30 ดำเนินธุรกิจรถรับส่งพนักงานรอบเขตนิคมอุตสาหกรรม จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 154.32 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) 833.37 ล้านบาท ผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 62 มีรายได้ 343.51 ล้านบาท กำไรสุทธิ 36.08 ล้านบาท

ชูเดช คงสุนทร ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บมจ. ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE)

“แม้จะมีเงินมากหรือเงินน้อย อย่างไรผมก็ต้องทำงาน” เพราะนั่น คือ สิ่งที่ถูกต้อง คือบทบาท คือหน้าที่รับผิดชอบที่ควรทำ ยิ่งผมเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่เริ่มต้น ย่อมต้องการเห็นบริการต่างๆของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ มีความครบวงจร เป็นมืออาชีพไม่แพ้บริษัทโลจิสติกส์ระดับนานาชาติ

ที่สำคัญต้องสร้างประโยชน์ทางธุรกิจให้กับลูกค้า และพนักงานของเราทุกคน สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่เป้าหมายสำคัญขององค์กร คือ “บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนได้เป็น 100 ปี”

การทำงานก็เหมือนการหาความรู้ และพร้อมปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ ทำให้มีช่วงเวลาในการทบทวนและสรุปผลสิ่งที่ทำมา เพื่อดูว่ากำลังเดินไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ตลอดจนนำไปปรับปรุงและแก้ไขสิ่งที่พลาด

อีกสิ่งสำคัญในวิธีคิดคือ การทำงานทุกอย่างได้ทั้งประสบการณ์ โอกาส หรือทักษะบางอย่าง ที่สามารถนำไปต่อยอดธุรกิจทำให้ธุรกิจเติบโตได้ ดังนั้น แม้ว่ามีเงินแล้วแต่ก็ยังคงต้องทำงานเพื่อ “สร้างโอกาส” มากกว่าเพื่อตัวเงิน

WICE ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจรมาแล้วกว่า 26 ปี เข้าจดทะเบียนใน SET มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 325,949,750 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) 1,355.95 ล้านบาท ผลประกอบการ 9 เดือนปี 62 มีรายได้รวม 1,619.28 ล้านบาท กำไรสุทธิ 48.62 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทเน้นขยายการเติบโตทางธุรกิจด้วยการขยายเครือข่ายในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน อาเซียน และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

สรุป: ชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน ปัจจัยรอบตัวต่างกัน เรื่องเหล่านี้ควรเข้าใจและยอมรับเป็นพื้นฐาน แต่พอเข้าใจแล้วไม่ได้หมายความ ว่า ควรยอมแพ้หรือนั่งตัดพ้ออยู่แค่นั้น ตื่นมาแม่งมาบ่นใหม่ ชีวิตก็ไม่ไปไหนหรอกฮะ ลองเปลี่ยนคำถามจาก ทำไม? ไม่มีไม่เป็นอย่างเขา เป็น ทำอย่างไร? ให้เป็นได้อย่างเขา น่าจะดีกว่าแค่เปลี่ยนทัศนคติและการกระทำชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนแล้วล่ะ

อ่อ..แล้วการเป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นคนฐานะดีนั้น มันไม่ได้สนุก ไฮโซ ดูดี ขับรถไปกินข้าวกับชะนี ว่างทั้งวันแบบในละคร ชีวิตจริงเขาทำงานหนัก มีนัดแม่งทั้งวัน แบกความกดดัน ความเครียด และความเสี่ยง ไว้เยอะเช่นกัน

104 views0 comments