ระเบิดเวลาตลาดการลงทุนทั่วโลก



ระเบิดเวลาตลาดการลงทุนทั่วโลก #โลกการลงทุนเต็มไปด้วยความเสี่ยง #แต่ถ้าคุณอยู่ข้างเคียงความเสี่ยงก็ไม่น่ากลัว

“สนามหญ้าบ้านข้างๆ มักเขียวกว่าสนามหญ้าบ้านเราเสมอ” อาการของคนขี้อิจ ไม่เคยพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ เชื่อไหมครับ อาการนี้เกิดขึ้นทุกวันในโลกการลงทุน เพราะ...การอวดอ้างกำไรบนโลกโซเชียล กลุ่มการลงทุนต่างๆ หรือแม้แต่กลุ่มเพื่อนกันเอง เดี๋ยวโชว์พอร์ต โชว์กราฟ หุ้น คริปโทฯ ทอง ฟอเร็กซ์ ฯลฯ เทรดเก่งไปซะทุกอย่าง

ซึ่งมันก็เป็นปกติที่เราจะเกิดอาการ “อิจ” เพราะเมื่อคุณเคยสร้างผลตอบแทนได้ปีละ 20% แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับผลตอบแทนบนโลกโซเชียล หรือของเพื่อนที่มีผลตอบแทนจากการลงทุน 50% หรือเป็น 100% ในใจลึกๆแล้ว คุณอาจจะไม่พอใจกับผลตอบแทนที่ตัวเองได้อยู่

ที่สุดแล้วมันก็จะก็นำไปสู่ความอยาก ความเร่งรีบ เอาเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เดิมมากขึ้น หรือลองลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ๆ เพื่อให้ได้เยอะๆแบบชาวบ้านเขา ก่อนจะทำเช่นนั้น อยากให้มองภาพของสิ่งเหล่านี้สักนิด

• การเงินโลกอยู่บนรอยต่อจากโลกการเงินใหม่กลับเข้าสู่โลกการเงินปกติ...

ประโยคข้างต้นเป็นการสะท้อนภาพเหตุการณ์โยกย้ายของเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก ที่กำลังส่งสัญญาณดึงเงินในอนาคตกลับเข้าสู่ภาวะความเป็นจริงมากขึ้น ภายหลังจากราคาสินทรัพย์เสี่ยงไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น คริปโทเคอร์เรนซี่ เริ่มเห็นสัญญาณของกระแสเงินไหลออกบ้างแล้ว ส่วนหนึ่งเกิดจากความตื่นตระหนกของผู้ลงทุน จากกรณีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) สหรัฐฯอายุ 10 ปี กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นรวดเร็ว จากความกังวลภาวะเงินเฟ้อกำลังปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต ทำให้ถูกคาดเดาว่าสภาพคล่องที่เป็นเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากมาตรการ QE ที่เคยไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอาจลดปริมาณลง ผลกระทบดังกล่าวทำให้เกิดสัญญาณขาย เกิดความผันผวนกับตลาดและราคาหุ้นบางบริษัท รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ที่เคยปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง เพราะกลัวว่าจะไม่มีเงินใหม่เข้ามาดันราคาให้ไปต่อ ทั้งนี้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปี เป็นพันธบัตรที่ใช้อ้างอิง กำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้น จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีเงินสำหรับการใช้จ่ายลดลง ขณะที่บริษัทต่างๆจะเผชิญกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการชำระหนี้ ทำให้บริษัทเหล่านี้ลดการลงทุน และลดการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุนได้ในอนาคต

• หมดรอบเงินอนาคตหรือยัง ?

อาการตื่นตระหนกที่เกิดสะท้อนว่า ผู้ลงทุนคุ้นชินกับภาวะการเงินบนโลกใหม่มาพักใหญ่ ภายหลังเกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ตลอดปีที่ผ่านมา เราจะคุ้นเคยกับภาพของราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดโลก หรือใกล้ตัวก็เป็นราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทยบางราย ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก P/E เพิ่มไปหลายเท่า แม้บางบริษัทผลประกอบการย่ำแย่ หรือถึงขึ้นขาดทุนยับ แต่ราคากลับยังถูกขับเคลื่อนต่อไป ด้วยการคาดเดาว่าภาวะอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกจะทรงตัวในระดับต่ำเข้าใกล้ 0% ไปอีกนาน ภาพนี้ตามหลักการเป็นเพียงการนำเงินในอนาคต เข้ามาเก็งกำไรราคาสินทรัพยเท่านั้น แต่เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ภาวะปกติ ราคาสินทรัพย์เข้าสู่สมดุล อ้างอิงกับปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงมากขึ้นเม็ดเงินใหม่มีโอกาสจะลดลง ขณะที่สินทรัพย์ซึ่งเคยอ้างว่าดีนั้นด้อยคุณภาพ ความจำเป็นในการดันราคาให้สูงขึ้นก็อาจหมดลงเช่นกัน และเงินจะถูกย้ายไปสู่สินทรัพย์ที่อ้างว่าให้ผลตอบแทนดีกว่าในขณะนั้นต่อไป

• พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี อาจยังไม่หมดรอบขาขึ้น จากการสอบถามผู้จัดการกองทุนมีบางเรื่องที่น่าสนใจ คือ แม้รอบนี้ Bond Yield สหรัฐฯอายุ 10 ปีจะขึ้นมาที่ประมาณ 1.4% แต่หากเปรียบกับยุคก่อนที่ Fed จะมาใช้นโยบายลดดอกเบี้ย Bond Yield สหรัฐฯอายุ 10 ปีเคยขึ้นไปสูงสุดแถวๆ 3.2% แต่วันนี้ขึ้นมาเพียงแค่เกือบครึ่งของตัวเลขในอดีตเท่านั้น หลังจากนี้อาจต้องใช้ความระมัดระวังสูงขึ้น หากยังเปิดความเสี่ยงเลือกลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงแบบ ALL IN ซัดเต็มพอร์ต คงเตือนได้ประโยคเดียวว่ากำลังอยู่ในภาวะ "อันตราย"

สรุป: ช่วงที่ผ่านมาสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหลายสร้างกำไรเยอะ แต่ตอนนี้อาจใกล้ถึงจุดเปลี่ยน จะทำอะไรก็ใช้สติมากหน่อย ดูตาม้าตาเรือ ไม่ห้าวนะครับ ด้วยความปารถนาดีจาก #เสี่ยวCREW

12 views0 comments