ลัดฟ้าสอยหุ้นยุโรป รับกำไรปังปุริเย่



ลัดฟ้าสอยหุ้นยุโรป รับกำไรปังปุริเย่ #ถึงหุ้นยุโรปจะสดใสแค่ไหนก็สู้เธอไม่ได้อยู่ดี

"กองทุนกลุ่มหุ้นยุโรป" ในรอบปี 63 ผลตอบแทนอาจดูแล้วไม่ค่อยว้าว เฉลี่ยอยู่ที่ 5% แต่พอเข้าสู่ปี 64 ผมนี่ขึ้นเลยครับ กลายเป็นกลุ่มที่มีผลตอบแทนค่อนข้างสูง ครึ่งปีแรกเฉลี่ยฟาดไป 15.7% จนถึงตอนนี้ก็ยังดีต่อเนื่อง . หลังจากหลายประเทศโซนยุโรป มีความคืบหน้าการกระจายวัคซีน กลับมาเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ตามด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายด้านการคลังของภาครัฐ (ส่วนของไทยเงียบจนได้ยินเสียงใจตัวเองร่ำร้องกันเลยทีเดียวครับ) . ควบคู่กับการอัดนโยบายฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ เป็นตัวแปรหลักดันราคาหุ้นขนาดใหญ่ไปจนถึงเล็กมีการฟื้นตัวได้ดี สนับสนุนผลตอบแทนการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นยุโรปของไทยด้วยเช่นกัน . สอดคล้องกับมุมมองผู้จัดการกองทุน บลจ.ทิสโก้ ซึ่งเปิดเผยข้อมูลผลประกอบการล่าสุดของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี "Stoxx Europe 600" (STOXX) กว่า 340 บริษัท มีกำไรในไตรมาส2/64 มากกว่าคาดถึง 13.2% . และมากกว่า 60% ของบริษัทจดทะเบียน มีรายได้มากกว่าที่คาดเกิน 5% เป็นไปตามสถิติย้อนหลังตั้งแต่ไตรมาส 2/63 ที่บริษัทจดทะเบียนในยุโรปประกาศ Earning Surprised มาอย่างต่อเนื่อง จากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 64 (EPS) ของดัชนี STOXX Europe 600 เพิ่มขึ้นถึง 7% . สำหรับมุมมองอนาคต บลจ.ทิสโก้ ยังคงเห็นสัญญาณ “พร้อมบวก” ที่ส่งผลต่อศักยภาพการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่ม Value หรือ หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งรองรับความผันผวนเศรษฐกิจ กลุ่ม Cyclical หรือหุ้นวัฏจักรรับอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ . และเชื่อมั่น ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลายประเทศในยุโรป จะรักษาโมเมนตัมต่อเนื่องไปถึงปี 65 ซึ่งเป็นผลจากการเข้าถึงวัคซีน ที่นำไปสู่การเปิดกิจกรรมเศรษฐกิจ . นอกจากได้รับประโยชน์จากศักยภาพทำกำไรที่ดีขึ้นแล้ว ยังได้แรงสนับสนุนจากนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่องไปอย่างน้อยถึงไตรมาส 1 ปี 65 ช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นยุโรประยะถัดไป . สะท้อนจากผลการประชุมครั้งล่าสุด ECB ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยระดับต่ำไปอย่างน้อย 2 ปี รวมถึงคงวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ไปจนถึงเดือน มี.ค.65 เป็นอย่างน้อย . อย่างไรก็ตามมีประเด็นกดดันอยู่ที่..การดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คาดว่าจะเริ่มเข้มงวดนโยบายการเงินเร็วกว่า ECB โดยคาดว่า Fed จะส่งสัญญาณชะลอการอัดฉีดสภาพคล่อง (Fed tapering) ระหว่างช่วงปลายเดือน ส.ค.-ก.ย.64 แต่จากการวิเคราะห์โครงสร้างตลาดหุ้นยุโรปแล้ว เชื่อว่าจะกระทบกับตลาดหุ้นยุโรปในวงจำกัดเท่านั้น . ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น #เสี่ยวCREW คัดเลือกกองทุนกลุ่มหุ้นยุโรปที่มีผลตอบแทนสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมาให้พิจารณากันครับ เผื่อมีใครอยากโยกเงินไปลงทุนยาวๆ . เพราะเราเคยบอกไปในสัปดาห์ที่แล้ว ว่า ตลาดหุ้นไทยมันเริ่มตีบตัน กำไรบริษัทจดทะเบียนก็ไม่ค่อยแจ่ม ปัจจัยสนับสนุนด้านเศรษฐกิจยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทีมเศรษฐกิจเงียบกริป มาตรการ แนวทางใดๆ ในการแก้ปัญหา หรือ พยุง ไม่มี

4 views0 comments