ศักยภาพตำรวจไทย ภายใต้งบประมาณแสนล้าน



ศักยภาพตำรวจไทย ภายใต้งบประมาณแสนล้าน #สิ่งที่ฉันทำลงไปนายสั่งมา #ประเทศกูมี #หยุดคุกคามประชาชน

วันนี้ขอนอกเรื่องธุรกิจ การลงทุน แวะไปวงการตำรวจบ้างฮะ ฮอตหนักบอกเลยย เห็นช่วงนี้พวกท่านขยันขันแข็ง วันเดียวจับแกนนำการชุมนุมไป 5 คน (ตัวเลขยังไม่นิ่งนะครับ อาจะมีขยับตามความขยัน) เป็นการทำงานเชิงรุก ที่รวดเร็ว ชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยฮะ หรือจะเป็นการปฏิรูปเฉียบพลัน ให้คุ้มงบประมาณที่ใช้ในแต่ละปี

มาดูตัวเลขกันหน่อยดีกว่าเนาะ ทำงานคุ้มเงินแค่ไหน ปีงบประมาณ 63 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับงบประมาณ 122,796 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ฮะ - งบด้านบุคลากร 79,447 ล้านบาท - งบดำเนินการ 17,901ล้านบาท - งบลงทุน 21,215 ล้านบาท - งบอุดหนุน 275 ล้านบาท - งบรายจ่ายอื่น 3,957 ล้านบาท ปัจจุบันมีจำนวนกองกำลังตำรวจทั้งหมด 240,000 นาย และสถานีตำรวจทั่วประเทศ 1,484 แห่ง

ที่ผ่านมาตำรวจไทยทำงานค้านสายตาไหมน้อออ ? อันนี้แล้วแต่จะคิด #เสี่ยวCREW ไม่ขอออกความเห็น แต่ที่เห็นผลงานกันจะจะในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา คือ การเฝ้าระวัง ตรวจค้น ไล่จับเด็ก และดำเนินการจับกุมแกนนำเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้แก่ 1. นายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน 2. นายบารมี ชัยรัตน์ เลขาธิการสมัชชาคนจน 3. น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็กกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย 4. นายกรกช แสงเย็นพันธ์ สมาชิกกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) 5. เดชาธร บำรุงเมือง ศิลปิน (Rap Against Dictatorship)

ส่วนคดีที่ยืดเยื้อมานานเนิ่นนับปี และยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องหา จับไม่ได้ ไม่จับ ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เป็นไร ก็มีอยู่เช่นกัน 1. คดี บ่อนพระราม3 จับไรไม่ได้เลย เพราะไม่มีใครผิดเลย 2. บอส วรยุทธ อยู่วิทยา คดีทายาทกระทิงแดงชนตำรวจตาย จับไม่ได้ เพราะอัยการสั่งไม่ฟ้อง 3. เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์ คดีรุกป่าสงวนแห่งชาติ อยู่ในขั้นตอนรวบรวมหลักฐาน 4. ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส. พลังประชารัฐ โผล่ประชุมสภาแต่ตำรวจทั้งประเทศหาไม่เจอ 5. บอย ตุนหน้ากาก เจอตัว จับได้ แต่พอดีเล่นใหญ่ ร้องห่ม ร้องไห้ ตำรวจเลยไปสืบหา “แหม่มโพธิ์ดำ” แทน 6. คดีโจรใต้ 16 ปี ไม่มีความคืบหน้า Hall of Fame บางส่วนที่อยู่ในความทรงจำอันเด่นชัด ยังมีคดียิบย่อยอีกมากมายที่กระทำการได้อย่างปวดใจประชาชนสุดๆ

สุดท้ายนี้ขอฝากวินัยร้ายแรง 7 ประการ ไว้ย้ำเตือนความจำตำรวจทุกท่าน 1. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ 2. ละทิ้ง หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือละทิ้ง หน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ 3. เหยียดหยาม กดขี่ ข่มเหง หรือทำร้ายประชาชนผู้ติดต่อราชการหรือในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ 4. กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือรับโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ 5. กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง 6. กระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆรวมทั้งการกระทำความผิดตามมาตรา 78 อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง 7. กระทำการหรือไม่กระทำการตามที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ตร.


ที่มา : http://www.policebudget.go.th/content/รายละเอียดการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ-พศ2563-จำแนกตามหน่วยงาน

2 views0 comments