ศึกใหญ่อาเซียน ฝ่าสงคราม GDP ถดถอย



ศึกใหญ่อาเซียน ฝ่าสงคราม GDP ถดถอย #อาเซียนยังรวมใจแล้วเมื่อไหร่ใจเราจะรวมกัน ช่วงก่อนหน้านี้กระแสข่าว GDP หด!! เศรษฐกิจไทยแย่แล้วววช่างมาแรง ก็น่าจะเป็นงั้นแหล่ะ เพราะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/62 อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม(GDP) ลดลงเหลือ 2.3% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี นับจากไตรมาส4 ปี 2557 ผลกระทบหลักเกิดจากปัญหาของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน สร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจและการค้าทั่วโลก ฉุดให้ภาคการส่งออกไทยติดลบ4.2% เป็นสถิติต่ำสุดในรอบ 3 ปี แต่ผลกระทบสงครามการค้าไม่ได้กระทบแค่เศรษฐกิจไทยนะเฟ้ยย ถ้าพิจารณาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของ 5 ชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับต้นๆของอาเซียน ประกอบด้วย อินโดนีเซีย /มาเลเซีย / ฟิลิปปินส์ / สิงค์โปร์ / ไทย จะพบว่าค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ไตรมาส1/61 GDP ของ 5 ชาติมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 5.29% จนล่าสุดไตรมาส2/62 GDP เหลืออัตราเติบโตเฉลี่ยแค่ 3.57% เท่านั้น แถมในไตรมาส 2 ที่ผ่านมามีถึง 4 ประเทศที่ GDP หดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ยกเว้นเพียงประเทศมาเลเซียที่ยังสามารถเติบโตได้ 0.4% เมื่อเทียบกับในไตรมาสแรก นับเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในปีนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากไตรมาสแรกมีฐานที่ต่ำประกอบกับการส่งออกเริ่มเพิ่มขึ้น รวมถึงผลบวกของมาตรการกระตุ้นการคืนเงินภาษีสินค้าและบริการในประเทศ เศรษฐกิจ 5 ประเทศชั้นนำในอาเซียน (หน่วย:ร้อยละ) ประเทศ 1Q18/2Q18/3Q18/4Q18/1Q19/2Q19 มาเลเซีย 5.30 4.50 4.40 4.70 4.50 4.90 อินโดนีเซีย 5.06 5.27 5.17 5.18 5.07 5.05 ฟิลิปปินส์ 6.50 6.20 6.00 6.30 5.60 5.50 สิงค์โปร์ 4.60 4.20 2.60 1.30 1.10 0.10 ไทย 5.00 4.70 3.20 3.60 2.80 2.30 Average 5.29 4.97 4.27 4.22 3.81 3.57 ข้อมูลของนักเศรษฐศาสตร์ต่างชาติ ระบุว่า ไทยและสิงค์โปร์ ถือเป็น 2 ประเทศหลักในอาเซียนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ามากที่สุด เพราะพึ่งพาการค้าต่างประเทศเป็นมูลค่าสูงเมื่อเทียบกับสัดส่วนรายได้รวมของ GDP ในแต่ละปี ครึ่งปีหลังคงต้องติดตามต่อไปว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน จะสร้างผลกระทบให้กับเศรษฐกิจโลกและอาเซียนถดถอยไปอีกแค่ไหน รวมถึงต้องวัดฝีมือของทีมงานรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะประคับประคองเศรษฐกิจไทยให้ฝ่าวิกฤตรอบนี้ไปได้อย่างไร ??

0 views0 comments