ส่อง 4 หุ้นพิศวง 3 ปีพุ่ง 18-135 เด้ง พื้นฐานเกือบปัง-บางรายขาดทุนยาว



ส่อง 4 หุ้นพิศวง 3 ปีพุ่ง 18-135 เด้ง พื้นฐานเกือบปัง-บางรายขาดทุนยาว #เห็นหุ้นเด้งมันทำให้คึกคัก #เห็นคนน่ารักมันทำให้หวั่นไหว

ในช่วงชีวิตการลงทุนของใครคนหนึ่ง ถ้าได้ถือครองหุ้นที่ราคาหุ้นวิ่งเกิน 10 เด้ง หรือ 1,000% ขึ้นไป มันคงฟินมากเลยนะครับ . แต่..จะมีสักกี่คนกันเชียว ที่จะได้สัมผัสความรู้สึกนั้น เพราะส่วนมากพอกำไรล่อตาล่อใจ ก็ขายทำกำไรไปเสียก่อน . อีกประการ คือ จะมีสักกี่บริษัท ที่ราคาหุ้นทำผลงานได้ระดับเกิน 10 เด้ง!! ฮ่าๆ ... . แต่..มันก็มีอยู่จริงครับ ล่าสุดสำรวจราคาหุ้นไทยรอบ 3 ปีหลัง (สิ้นสุด 2 ก.พ.65) พบว่ามีทั้งสิ้น 4 บริษัท มีผู้ถือหุ้นรายย่อยรวมกันเพียง 15,703 ราย (ข้อมูลอัปเดท ณ วันปิดสมุดช่วงไตรมาส 1/64) . ทั้ง 4 บริษัท ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นช่วง 3 ปีหลังระดับ 1,805% - 13,507% หรือ 18 - 135 เด้ง !!! . ยินดีกับนักลงทุนที่เข้าตั้งแต่ต้นทาง และถือทนถือนานถึงปัจจุบันด้วย คงรวยกันไปแล้ว คริปโทฯ ก็คริปโทฯ เหอะเมิงงงง . แต่..ที่น่าสนใจกว่า คือ หุ้นเหล่านี้ขึ้นมาด้วยปัจจัยใด ยังเป็นเรื่องที่น่าพิศวง เพราะแง่พื้นฐานแม้จะมี 2 บริษัท เช่น JTS กับ AS ที่กำไรดูดีขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3 ปีหลัง โดยเฉพาะงบ 9 เดือนปี 64 ที่เติบโต 435% - 42% จากช่วงเดียวกันปีก่อนตามลำดับ หรือมากกว่าปี 63 ทั้งปี . อย่างไรก็ตาม ประเด็นกำไรไม่น่าจะผลักดันราคาได้ขนาดนั้น เพราะหุ้นไทยที่กำไรเติบโตโดดเด่นมีมากมาย . โดยเฉพาะหากเทียบงบ 9 เดือนปี 64 กับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีถึง 116 บริษัทที่กำไรโตเกิน 100% - 70,000% !!! . บางบริษัทกำไรนิวไฮหรือโต 7-8 ไตรมาสติดแม้ช่วงโควิด ราคาก็ยังไม่ไปขนาดนั้นเลย... . มันก็น่าคิดนะครับ ว่า เกิดอะไรขึ้นกับราคาหุ้นเหล่านี้กันแน่ ? . เพราะบางบริษัท เช่น BYD กับ PSG ก็ยังขาดทุนอยู่ต่อเนื่อง แม้จะมีข่าวการปรับโครงสร้างธุรกิจและการถือหุ้น แต่มันยังไม่เห็นผลทันที และธุรกิจยังขาดทุน ณ งวด 9 เดือนปี 64 . แม้ BYD จะขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ก็ยังขาดทุนระดับ 167 ล้านบาท หรือ PSG ที่ขาดทุน 53 ล้านบาท ก็เป็นการขาดทุนเพิ่มขึ้นถึง 210% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สวนทางกับราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นมาระดับ 4,926% และ 3,001% ตามลำดับ . ฟากตัวเลขสถิติต่าง ๆ ก็เวอร์วังไปทั้งหมด เช่น อัตราส่วนมูลค่าหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ของทั้ง 4 บริษัท อยู่ระดับ 18 - 682 เท่า มากกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นไทยที่อยู่เพียง 1.8 เท่า หรือ อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไร (P/E) ก็คำนวณไม่ได้ไปแล้ว 2 บริษัท เพราะยังขาดทุนต่อเนื่อง . ส่วนแชมป์หุ้นเด้งอย่าง JTS เทรดที่ P/E ระดับ 808 เท่า มี AS ที่ดูดีหน่อยเทรด P/E เพียง 25 เท่า แต่ก็ขยับขึ้นมามาก เพราะสิ้นปี 63 เทรดที่เพียง 9.38 เท่าเอง . #เสี่ยวCREW นำเสนอข้อมูลเหล่านี้ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้นำปัจจัยพื้นฐานหรือความเคลื่อนไหวราคาหุ้นว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ซึ่งการหยิบยกข้อมูลมานำเสนอเพราะหุ้นเหล่านี้ราคาปรับตัวขึ้นแรงอย่างมีนัยสำคัญ . นักลงทุนทั้งหลายต้องพิจารณาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่ว่าหุ้นบริษัทไหนก็ตาม โดยเฉพาะหุ้นที่ขึ้นแรงๆ ... . เพราะหากราคาหุ้นมาไกลจนใกล้ปลายทางแล้ว การที่ขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผลอันหนักแน่นมาสนับสนุน ไม่มีแม้แต่บทวิเคราะห์ ข่าวก็เงียบๆ เรียกได้ว่าไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น มันช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน เพราะหุ้นลักษณะดังกล่าว เวลาหมดรอบมักจะดิ่งแบบโงหัวไม่ขึ้นเช่นกัน มีให้เห็นกันประจำ . ท่อนสุดท้ายที่ได้กล่าวไปนี้ เราอยากให้จำไว้ให้ดี!! เพื่อเป็นแนวทางลดการ “ดอย” การ “โอดครวญ” ตามหน้าฟีดกลุ่มลงทุนต่างๆ

17 views0 comments