top of page

หุ้นกู้เอกชนสุดคึก ผลตอบแทนพุ่ง เลือกอย่างไร ? ไม่เจ็บตัว



หุ้นกู้เอกชนสุดคึก ผลตอบแทนพุ่ง เลือกอย่างไร ? ไม่เจ็บตัว #หุ้นกู้ตัวไหนดีเราไม่รู้แต่คิดถึงยูเรารู้อยู่ทุกวัน

“หุ้นกู้” เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วงหลังๆ นี้ ค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก ทั้งในส่วนของนักลงทุน และภาคเอกชนที่ต้องการระดมทุนไปใช้ดำเนินธุรกิจ . ตัวเลขมูลค่าการออกหุ้นกู้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุด ณ ไตรมาส 1/66 มีหุ้นกู้เอกชนออกใหม่คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 5.47 แสนล้านบาท โดย 3 ภาคธุรกิจที่มีการออกหุ้นกู้สูงสุด ประกอบด้วย 1. ธนาคาร เงินทุน ประกันภัย เช่าซื้อ มูลค่า 190,894 ล้านบาท 2. พลังงาน มูลค่า 81,546 ล้านบาท 3. อสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 81,033 ล้านบาท . สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยคาดว่า ปีนี้ตลาดหุ้นกู้จะคึกคักไม่แพ้ปีที่ผ่านมา มูลค่าการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนปีนี้น่าจะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท (ปี 65 มูลค่าการออกหุ้นกู้ทำสถิตสูงสุดที่ 1.27 ล้านล้านบาท ลุ้นกันต่อ ปีนี้จะทำนิวไฮล้มสถิติหรือไม่) . สาเหตุที่ตลาดคึกคักเนื่องจากความต้องการระดมทุนจากภาคธุรกิจสูงขึ้น เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ป้องกันความเสี่ยงจากตลาดที่ผันผวน และมีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระในปีนี้อีกประมาณ 7 แสนล้านบาท . เห็นมูลค่าแล้วก็โอ้โหววนะครับ ตลาดนี้มีของออกมาแบบรัวๆ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในระยะเวลาไม่กี่เดือนของปีนี้ ที่สำคัญผลตอบแทนก็เร้าใจขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน ไปถึงระดับ 7-8% กันแล้ว และด้วยความที่สินค้ามีออกมาให้เลือกเป็นจำนวนมาก การแข่งขันด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงที่สูงขึ้น จึงเป็นเรื่องที่เกิดตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ . หากสนใจลงทุนในหุ้นกู้ ก็ควรจะต้องพิจารณาให้ดี ให้ชัวร์กันก่อน “เครดิตเรทติ้ง” อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่พอจะเป็นไกด์ไลน์ที่ดีได้ แต่ไม่เสมอไป !! . เพราะปัจจุบันหุ้นกู้ของบางบริษัทที่เป็นอินเวสต์เมนต์ เกรด (เรทติ้ง AAA ถึง BBB-) มีหลักประกัน ออกโดยบริษัทที่จัดว่ามั่นคง ผลประกอบการดี อยู่ในกลุ่มที่น่าลงทุน ก็เริ่มมีปัญหาเรื่องการชำระดอกเบี้ยให้เห็นกันหลายตัว ดังนั้นควรต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติม ประกอบด้วย . 1. ธุรกิจของบริษัท วัตถุประสงค์การระดมทุน เพราะสามารถสะท้อนยอดขาย กำไร กระแสเงินสด ซึ่งนำไปสู่ความสามารถในการชำระหนี้ ทั้งนี้ควรเป็นธุรกิจที่มีการดำเนินงานอย่างรัดกุม รอบครอบ ไม่นำเงินที่ได้ไปลงทุนในสิ่งที่หวือหวาและขาดความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้หากธุรกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น ได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จะยิ่งส่งผลดีต่อการลงทุน 2. ขนาดของธุรกิจ ธุรกิจขนาดใหญ่ในแง่การเติบโตอาจมีจำกัด ผลตอบแทนน้อย แต่มีข้อดีในแง่ความมั่นคง ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็ก โอกาสเติบโตสูง ผลตอบแทนสูง แต่อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน 3. จรรยาบรรณผู้บริหาร-เจ้าของกิจการ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะแสดงให้เห็นถึงความตรงไปตรงมา และความรับผิดชอบของบริษัทที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่โดยส่วนใหญ่นักลงทุนมักมีข้อจำกัดในการเข้าถึง 4. ที่ปรึกษาการเงิน ผู้จัดจำหน่าย ควรเป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ มีประสบการณ์และความเข้าใจในธุรกิจประเภทต่างๆ มายาวนาน มีการทำดีลที่ประสบความสำเร็จหลากหลายรูปแบบ ซึ่งจะช่วยคัดกรองและการันตีความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้เพิ่มขึ้นอีกระดับ . #เสี่ยวCREW รวบรวมมาให้แบบสรุปๆ จากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการออกหุ้นกู้ท่านหนึ่งนะครับ ก็ฝากให้เอาไปใช้ เพื่อความปลอดภัยก็แล้วกัน

7 views0 comments
bottom of page