หุ้นเทคฯวิกฤตหรือยัง ไปต่อ หรือ พอแค่นี้



หุ้นเทคฯวิกฤตหรือยัง ไปต่อ หรือ พอแค่นี้ #หุ้นเทคอาจทำให้คุณติดลบ #แต่ถ้าคุณลองคบผมอาจทำให้ติดใจ

หุ้นเทคฯ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดนถล่มขายหนักหน่วงมาตั้งแต่ต้นปีเลยนะครับ เล่นเอาแฟนคลับหุ้นกลุ่มนี้ “ใจคอไม่ค่อยดี” กันยกใหญ่ เพราะนอกจากราคาหุ้นที่ร่วงได้ร่วงดีแล้ว ยังมีเค้าลางมรสุมกดดันจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) . คาดการณ์เดิมของนักลงทุนทั่วโลก เดากันว่าเฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยราว 4 ครั้งในปีนี้ แต่เกมส์ดันพลิก กลายเป็นว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 5 ครั้ง และมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในรอบการประชุมเดือน มี.ค. ช่วงเดียวกับการปรับลดวงเงิน QE สิ้นสุดลงด้วย . "Morningstar" สถาบันด้านการวิจัยการลงทุนและจัดอันดับกองทุนระดับโลก ระบุสาเหตุหลักที่ทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดนถล่มขายอย่างหนัก ประกอบด้วย 1. อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว 2. นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของเฟด 3. การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย . ทั้งหมดนี้ทำให้..นักลงทุนปรับลดการเติบโตของกิจการในอนาคตลง และใช้ Discount rate ในอัตราที่สูงขึ้นเพื่อสะท้อนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้มูลค่าที่แท้จริงของหุ้นกลุ่มนี้ลดลงตาม และเกิดแรงขายในช่วงนี้ อย่างเช่น Netflix (NFLX) ที่มีแรงขายออกมาจนราคาปรับลง 20% หลังจากรายงานผลประกอบการ . แต่..ก็มีหุ้นเทคบางตัวที่ยังน่าสน!! ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เป็น High-Quality Stocks มีความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว มีความสามารถในการแข่งขันด้านราคา สามารถส่งผ่านต้นทุนสินค้าไปยังผู้ซื้อได้ มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ แนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่ง เช่น Salesforce / ServiceNow / Adobe Systems / Intel / Microsoft เป็นต้น . นอกจากนี้ยังมี หุ้นเทคกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการกลับไปใช้ชีวิตปกติของผู้บริโภค เช่น Uber / Lyft / Sabre Corporation เป็นต้น . หุ้นเทคกลุ่ม disruptive technology ที่ราคาปรับลดลงมามากพอสมควร จนเป็นที่น่าสนใจในการเข้าลงทุนระยะยาว เช่น Palantir / DocuSign / Zoom / Okta . แต่..หุ้นเทคที่ไม่น่าสนก็มีเช่นกัน เนื่องจากราคาหุ้นสะท้อนอัตราการเติบโตไปมากแล้ว แม้ว่าจะถูกขายออกมาบ้าง แต่ราคาก็ยังถือว่าสูงกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นอยู่ดี (คือ แพงนั่นแหล่ะ) เช่น Akamai Technologies / NetApp / Apple / Oracle / Accenture เป็นต้น . สุดท้ายนี้ “Morningstar” บอกว่า ตลาดหุ้นเมกาอาจปรับลดลงอย่างมาก แต่ในแง่ Outlook เศรษฐกิจสหรัฐก็ไม่ได้แย่มาก แม้จะเติบโตชะลอลงก็ตาม โดยคาดว่า GDP สหรัฐปีนี้จะเติบโต 3.9% และ 3.5% ในปี 2023 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงและปรับลดลงในปีหน้า และด้วยราคาหุ้นกลุ่ม technology ที่ปรับลดลงมากจึงถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อหุ้นที่ดีได้ . #เสี่ยวCREW เห็นว่าดีครับ เลยเอาข้อมูลมาฝากไว้ให้คิสส

5 views0 comments