หุ้นไทยขี้ตกใจ !!! ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย



หุ้นไทยขี้ตกใจ !!! ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย #ถ้ารอหุ้นขึ้นไม่ไหวขึ้นเราก่อนได้นะ เป็นสัปดาห์ที่ค่อนข้างจะซบเซา เต็มไปด้วยความกังวล ทั้งในตลาดหุ้น ตลาดคริปโทฯเลยนะครับ เหตุผลความนอยด์เหล่านี้ ก็เพราะใกล้ถึงเวลาประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันนี้ (25 ม.ค.) นักลงทุนทั่วโลกเลยเฝ้าจับตาท่าทีของ “ลุงเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด” อย่างใจจดใจจ่อ . เพื่อรอดูสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นของการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หลังมาตรการ QE สิ้นสุดลงในเดือน มี.ค.นี้ท่ามกลางปัจจัยเร่งจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 40 ปี และอัตราการว่างงานลดลงต่ำใกล้เคียงกับก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้สภาพคล่องหมุนเวียนในตลาดหุ้นทั่วโลก จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ . เมื่อมี “ความไม่ชัดเจน” และ “กังวล” เกิดขึ้น อีกเดี๋ยว “ความชัดเจน” และ “คลายกังวล” มันก็จะเกิดตามมาครับ ไม่ต้องตีโพยตีพายกันยกใหญ่ คืนวันที่ 26 ม.ค. (ตามเวลาไทย) เดี๋ยวรู้กัน ว่าเฟดเอาไงแน่ ส่วนทิศทางการลงทุนจะเป็นไง ตามมาทางนี้โลด . เดาทาง FOMC ยังไร้แววเปลี่ยนนโยบายรอบนี้ บล.ทรีนีตี้ ประเมินผลการประชุมรอบนี้ จะไม่มีการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจและ Dot plots ออกมา ดังนั้นไฮไลท์คงอยู่ที่การตอบคำถามของนาย Jerome Powell เป็นสำคัญ ฝ่ายวิจัยฯคาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายแต่อย่างใด . แต่ต้องติดตามว่าจะมีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ เกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อมาตรการ QE สิ้นสุดลงในเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งก็นับว่าเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์อยู่แล้ว ดังนั้นมองทิศทางของ Bond yield และตลาดทุนในรอบนี้ จะอิงอยู่กับความชัดเจนของปัจจัยการลดขนาดงบดุลเป็นสำคัญ . หาก Fed ยังไม่ได้มีการส่งสัญญาณประเด็นดังกล่าวออกมา หรือมีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้น แต่เป็นช่วงเวลาหรือขนาดที่ตลาดยอมรับได้ มีโอกาสสูงที่นักลงทุนจะคลายความกังวลหลังการประชุม จนอาจนำมาสู่การปรับลงของ Bond yield รุ่นยาวและการปรับตัว Rebound ของตลาดหุ้นทั่วโลกได้ . Valuation หุ้นไทยถูก เทียบตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในโหมด Wait & See โดยความสนใจหลักยังคงอยู่ที่การประชุม FOMC ซึ่งถูกคาดหมายว่า มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยถึง 4 ครั้งในปี 65 สำหรับสถานการณ์บ้านเรายังมีความได้เปรียบตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว . เมื่อเปรียบเทียบแนวโน้มกำไรยังมีช่องว่างให้ฟื้นตัวเด่น / ราคา Laggard / ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ หนุน Valuation ของตลาดหุ้นไทยมี Forward Earning Yield Gap ที่เป็นส่วนต่างระหว่าง Earning Yield ของตลาดหุ้นเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่ 4.4% . ผิดกับประเทศพัฒนา ผลตอบแทนจะแคบลง หลังดอกเบี้ยทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นในปีนี้ ซึ่งตลาดหุ้นสหรัฐ S&P500 ถ้ามีการขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งจะมี Forward Earning Yield Gap ลดลงเหลือเพียง 3.5% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก . ถือหุ้นรอรีบาวด์รอบใหม่ บล.บัวหลวง แนะนำถือหุ้นไว้ก่อนเพื่อรอจังหวะรีบาวด์รอบใหม่ เพราะมองการปรับฐานของหุ้นไทยรอบนี้เป็นไปตามตลาดหุ้นต่างประเทศ จุดเปลี่ยนยังคงอยู่ที่ US bond yield ที่เริ่มปรับฐาน คาดจะส่งผลดีต่อ Earnings yield ของตลาดหุ้นให้กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง . เทคนิคลุ้นไต่ 1,680-1,700 จุดอีกครั้ง บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ประเมินการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ แนวโน้มในระยะสั้นยังมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 1,630 และ 1,600 จุดเป็นแนวรับสำคัญ เนื่องจากเกิดสัญญาณขายทางเทคนิคลงไปทดสอบจุดต่ำสุดระยะสั้นที่ 1,642 จุดหลังจากพยายามสร้างฐานเหนือระดับ 1,650 จุด แต่ไม่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไป . อย่างไรก็ตาม หากความกังวลคลายตัว เชื่อว่าดัชนีฯสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปเหนือระดับ 1,660 จุด นับเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ดัชนีฯมีโอกาสลุ้นขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,680 จุดและ 1,700 จุดได้อีกครั้ง

8 views0 comments