หุ้นเล็ก เนื้อตัวดี Ep2



หุ้นเล็ก เนื้อตัวดี Ep2


#ตลาดหุ้นมีไว้เพื่อลงทุนแต่รักของคุณมีไว้เพื่อดูแล

#โอกาสในวิกฤต#โตสวนกระแส

ค้างมาจากตอนที่แล้ว เอามาให้ดูกันเพิ่มนะฮะ

แต่ละตัวก็ไม่มีอะไรหวือหวาเท่าที่คนเชียร์ส่วนใหญ่เค้าโซโล่กันหรอก

#เสี่ยวCREWอยากให้เพลย์เซฟ เพราะเราเข้าใจความทรมานบนยอดดอย

และคงไม่มีใครต้องการเป็นวีไอโดยประมาท


1. บมจ.ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง(FTE)

ธุรกิจนำเข้า จำหน่าย ออกแบบ ติดตั้งอุปกรณ์และระบบดับเพลิง

พูดง่ายๆ คือ ทำทุกอย่างเกี่ยวกับดับเพลิง แต่ไม่ขายรถดับเพลิงนะจ๊ะ

อุปกรณ์เหล่านี้เป็นของโคตรจำเป็น!! บอกเลยยย

ทุกอาคาร โรงงานอุตสาหกรรม ต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ไม่มีไม่ได้ เพราะมีกฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายควบคุมโรงงาน และข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างอาคารต่างๆ แถมอุปกรณ์ที่ใช้ยังต้องเป็นแบรนด์ที่ได้มาตรฐานวิศวกรรม ผ่านการตรวจสอบและรับรองคุณภาพในระดับมาตรฐานสากล แถมการออกแบบและติดตั้งระบบดับเพลิงก็ต้องอาศัยความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรม และต้องมีประสบการณ์ เพราะบางโครงการต้องอาศัยใบรับรองมาตรฐานต่างๆในการเข้ารับงานไปอีก

ที่เหลามาทั้งหมด FTE มีครบ จบทุกสิ่ง เลยทำให้ครองเบอร์1ในตลาดนี้มาอย่างยาวนาน


แต่ช่วงนี้มีโควิดธุรกิจอาจชะลอ?

ไม่เลยจ้าา บริษัทยังสามารถดำเนินงานติดตั้งระบบ ขายของรับรู้รายได้ตามปกติ งานประมูลใหม่ก็มีมาและได้งานซะด้วยสิ ยังไม่มีสัญญาณการหยุดหรือชะลองานในระยะนี้ เลยทำให้ตอนนี้บริษัทมี Backlog สิริรวม แล้ว 450 ล้านบาท ทั้งปีมั่นใจว่ายังมีงานใหม่ๆเข้ามาอีกแน่นอน


จากการติดตามข้อมูลของบริษัทพบว่า มีโครงการก่อสร้างในบางอุตสาหกรรม ที่ยังคงดำเนินต่อและอาจมีอัตราการเติบโตสูงขึ้น เช่น โครงการภาครัฐที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน การพัฒนาปรับปรุงระบบไฟฟ้า การก่อสร้างโรงพยาบาล ฯลฯ รวมถึงการก่อสร้างในภาคอุตสาหกรรม ยังคงมีการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องและลงทุนขยายงานเพื่อรองรับการอุปโภคบริโภคต่างๆ


FTE มีแผนมุ่งเน้นลูกค้าในตลาดดังกล่าวมากขึ้น พร้อมเน้นการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย พัฒนาบุคคลากรของบริษัทให้มีความพร้อมรองรับตลาดในช่วงที่สถานการณ์โควิด - 19 คลี่คลายแล้ว เป้าหมายปีนี้รายได้โตประมาณ 10% เพิ่มอัตรกำไรสุทธิเป็น 12% จากปีก่อนอยู่ที่ 11.04%


ผลประกอบการ ย้อนหลัง 3 ปี ( ปี 2560-2562 )

ปี 2560 กำไรสุทธิ 130.65 ล้านบาท

ปี 2561 กำไรสุทธิ 130.21 ล้านบาท

ปี 2562 กำไรสุทธิ 114.60 ล้านบาท


ราคาหุ้นปัจจุบัน (5 พ.ค. 63) ปิดที่ 1.66 บาท / Market cap 972 ล้านบาท /อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) อยู่ที่ 8.48 เท่า / ราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) อยู่ที่ 1.32 เท่า


2. บมจ.สมาร์ทคอนกรีต (SMART)

บริษัทนี้ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบา

แบรนด์ที่ขายชื่อ “สมาร์ท บล็อค” สวย เบา แกร่ง เย็ง เอ้ย!!! เย็น

ตั้งแต่เข้าตลาดฯมา โซซัดโซเซพอสมควร หนังชีวิต..ขาดทุนหลายปีติด

แต่แล้ววว...ก็พลิกกลับมาทำกำไรได้ในปี 62 ปีที่เศรษฐกิจชะลอตัว โครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดน้อยลงแต่ SMART ดันขายมากขึ้น ความสามารถทำกำไรดีขึ้น


จากการปรับกลยุทธ์มาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นบล็อคสายตกแต่ง เกร๋ๆ ลอฟท์ๆ

ปรับสัดส่วนฐานลูกค้าจากเคยเน้นขายโครงการอสังหาฯทีละหลายหมื่นก้อน มาขยายฐานลูกค้ารายย่อยและโครงการรูปแบบอื่นๆมากขึ้น เพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ และใช้ช่องทางการตลาดออนไลน์แบบ O2O (Online to Offline ) เพื่อสื่อสารและแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักกับว่าที่ลูกค้าทั่วประเทศ


งงในงง...ขายอิฐมวลเบาออนไลน์ แล้วมันได้ผลด้วยนะจ๊ะ!!

มีคนรู้จักผลิตภัณฑ์มากขึ้นโมเดิร์นเทรดทำหน้าที่รับช่วงต่อในการให้ลูกค้าไปดูสินค้าจริง

แต่..ลูกค้าบางรายก็ไม่ไปดูนะเออ สั่งผ่านออนไลน์นี่ล่ะ ซึ่งบริษัทมีโลจิสติกส์ของตัวเองรวมทั้งตัวแทนอยู่แล้วเลยทำให้การส่งทั่วประเทศไม่ใช่เรื่องใหญ่ (ช่วงนี้โมเดิร์นเทรดปิด แต่ SMART ยังคงขายของต่อไป)


นอกจากนี้บริษัทยังมีมีโอกาสรับงานในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ EEC ที่ทำให้เกิดการลงทุนก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม คลังสินค้า โครงการเมกะโปรเจคขนาดใหญ่ งานโครงการก่อสร้างอาคารภาครัฐ และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทยอยลงทุนในโครงการใหม่ส่งผลให้ความต้องการสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบาปรับตัวดีขึ้น ส่วนตลาดต่างประเทศบริษัทยังไม่ขยายมากนักมีขายผ่านตัวแทนใน CLMV อยู่นิดหน่อย


สำหรับปีนี้ SMART เองก็ไม่กลัวโควิด-19 มั่นใจว่าจะสร้างการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 7% อัตรากำไรสุทธิ 10% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 9.48%


ผลประกอบการ ย้อนหลัง 3 ปี ( ปี 2560-2562 )

ปี 2560 ขาดทุน 74.18 ล้านบาท

ปี 2561 ขาดทุน 22.93 ล้านบาท

ปี 2562 กำไรสุทธิ 44.24 ล้านบาท


ราคาหุ้นปัจจุบัน (5 พ.ค. 63) ปิดที่ 0.97 บาท / Market cap 441.60 ล้านบาท /อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) อยู่ที่ 9.98 เท่า / ราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) อยู่ที่ 0.90 เท่า


3. บมจ. ผลธัญญะ (PHOL)

จำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ยากฉิบ!!

เรียกง่ายๆว่า อุปกรณ์เซฟตี้

อีกธุรกิจของบริษัท คือ ทำระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคแบบครบวงจร


เอาธุรกิจแรกก่อน “อุปกรณ์เซฟตี้” ยังขยายตัวดีต่อเนื่องจากการลงทุนและขยายงานในภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีความจำเป็นต้องการใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานอีกเพียบบบ ขณะที่ลูกค้าเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น โดยสินค้ากลุ่มเซฟตี้มีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีตามยุคสมัยตลอด บริษัทจึงให้ความสำคัญในการศึกษาและคัดสรรสินค้าใหม่ๆ ที่มีมาตรฐานสูง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม และเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติม

แถมที่ผ่านมาดันมี PM 2.5 ตามด้วยไวรัสโควิค -19 ทำให้ยอดขายหน้ากาก N 95 โตรัวๆ ไม่หยุด!!


สำหรับธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าและบริการด้านระบบบำบัดน้ำเพื่ออุปโภคหรือบริโภค คาดปีนี้จะเห็นการเติบโตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น จากการให้บริการโครงการระบบน้ำในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก มีปัจจัยสนับสนุนจากลูกค้าที่มีแนวโน้มให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งการดูแลบำบัดน้ำเสีย การทำระบบรีไซเคิลน้ำเพื่อลดต้นทุนและแก้ปัญหาภัยแล้ง และจากการปูฐานเจาะกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมาส่งผลให้ลูกค้ารู้จักและเลือกใช้บริการกับบริษัทมากขึ้น


จากทั้งหมดทั้งมวลผู้บริหารของ PHOL คาดว่ารายได้ปีนี้จะโตประมาณ 10-15%


ผลประกอบการ ย้อนหลัง 3 ปี ( ปี 2560-2562 )

ปี 2560 ขาดทุน 117.48 ล้านบาท

ปี 2561 กำไรสุทธิ 36.51 ล้านบาท

ปี 2562 กำไรสุทธิ 41.42 ล้านบาท


ราคาหุ้นปัจจุบัน (5 พ.ค. 63) ปิดที่ 1.68 บาท / Market cap 346.28 ล้านบาท /อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) อยู่ที่ 8.36 เท่า / ราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) อยู่ที่ 1.15 เท่า

3 views0 comments