อยู่อย่างไรในกระแส “ปลดคน”


อยู่อย่างไรในกระแส “ปลดคน” #ดิจิทัลดิสรัปฯคนไปทั่วแต่พี่ไม่กลัวเพราะให้เธอดิสรัปฯได้คนเดียว

ว่ากันว่า เศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัว /การลงทุนแทบทุกรูปแบบมีความผันผวน การทำธุรกิจรูปแบบต่างๆต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ / กระแส DigitalDisruption รุนแรงและเห็นผลมากขึ้น / กำลังซื้อ-การบริโภคในประเทศยังดูไม่ค่อยดี / การส่งออกชะลอตัวลงในปีนี้ /ท่องเที่ยวจะยังไม่กลับมาเฟื่องฟู /บุคลากรในหลายภาคธุรกิจมีแนวโน้มว่างงานเพิ่มขึ้น ฯลฯ

“ปีใหม่” เปิดมามันควรจะสดใส แจ่ม ว้าววว ใช่ไหม? แต่สถานการณ์รอบตัวในชีวิตจริงดูร้อนๆ หนาวๆ ยังไงไม่รู้ บอกเลย!!ปีนี้อุทกภัยปากท้อง-การทำมาหากินแอบก่อตัวและพร้อมถล่มเราอยู่เป็นจำนวนมากนะจ๊ะแต่ก็ไม่ต้องนอยด์กันไป อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดอยู่ดีมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายควรเอาเวลาที่นอยด์อยู่มาใช้ปรับตัวให้พร้อมอยู่รอดบนโลกที่อยู่ยากกันดีกว่า

#อ่านเกมส์ เมื่อเราทำงานกันอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน ทำงานตามหน้าที่ไปวันๆคงไปได้ไม่สวยนัก วันดีคืนดีการเปลี่ยนแปลงแบบฟ้าผ่าอาจมาถึงและอาจโดนปลดแบบไม่รู้ตัว

ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมองให้ออกว่าธุรกิจหรือองค์กรที่เราทำงานอยู่นั้นจะไปทางไหน กำลังต้องการอะไร

ทีนี้วิธีอ่านเกมส์ทำยังไงล่ะ? ไม่ต้องไปเลียใครให้ได้ข้อมูลได้หน้าอะไรทั้งนั้น เริ่มต้นด้วยการติดตามข่าวสาร สาระ ความรู้รอบตัวหลากหลายประเภท เทรนด์ต่างๆทั้งของธุรกิจที่เราอยู่ ธุรกิจประเภทเดียวกันที่เกิดใหม่มีความต่างอย่างไร ไปจนถึงธุรกิจประเภทอื่นๆ

ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ได้นำมาใช้กับงานโดยตรงแต่เอามาต่อยอดความคิด และบอกได้ว่าโลกไปทางไหน ใครเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง สภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงเป็นอย่างไร ซึ่งมีผลกับการปรับตัวของเราในเสต็ปต่อไปเป็นอย่างดี สำคัญที่สุดอย่าลืมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อนฝูงในวงการต่างๆ

สร้างไอเดียใหม่ในการทำงานขึ้นมาแลกเปลี่ยนกับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน เพราะคำตอบหรือปฎิกิริยาตอบกลับของคนเหล่านี้ ถือเป็นเครื่องชี้วัดชั้นดี


#อัพเกรด เมื่อรู้ทิศทางที่ชัดเจนของธุรกิจ-องค์กร ก็จัดการตั้งโจทย์ให้ตัวเองเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการทำงานให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ(กว่าเดิม) เป็นที่ต้องการ ยุคนี้ไม่จำเป็นแล้วที่ต้องรู้เฉพาะเรื่องเดิมๆ เรื่องที่ทำอยู่เป็นประจำ คนบนโลกใหม่ยิ่งทำอะไรได้หลากหลายยิ่งมีโอกาสไปต่อไปอยู่ตรงไหนก็ได้ อย่างไรก็ตามการพัฒนาตัวเองต้องโฟกัสเป้าหมายให้ชัดสักนิด ว่าจะพัฒนาเพื่ออยู่ในสายเดิม หรือ เพื่อวางรากฐานให้งานใหม่

ซึ่งในปัจจุบันก็มีคอร์สอบรมต่างๆ มากมายให้เลือกช้อปได้ตามถนัด แต่ประเด็นอยู่ตรงที่เมื่อไปเรียนมาแล้วต้องเอามาปฏิบัติทำให้มันเกิดเป็นผลงานออกมาด้วยนะ ไม่ใช่เรียนไปเรื่อย เอะอะเทคคอร์สอยู่นั่น (เรียนไรเยอะแยะงานการไม่ได้ทำกันพอดี)

ส่วนทักษะที่ขาดไม่ได้สำหรับการพัฒนาตัวเองในยุคปัจจุบัน คือ ทักษะด้านเทคโนโลยี การใช้สื่อใหม่ๆ เทคนิคการสื่อสาร (ทั้งกับคนจริงๆและช่องทางบนแพลตฟอร์มต่างๆ) และการแสดงออกอย่างมีประสิทธิภาพ

#ทดลอง จุดนี้เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มศักยภาพตัวเอง ทุกอย่างที่ไปเรียน ไปพยายามพัฒนาจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าไม่ได้เอามาทำจริง การรู้ตามที่

“เค้าบอกว่า” กับการทำจริงนั้นต่างกันลิบลับ เพราะในการปฏิบัติจริงมีรายละเอียดที่ซับซ้อนและยากโคตร ต่างจากตอนนั่งฟังที่มักโฟกัสไปที่แนวทางและภาพรวมกว้างๆ แนวคิดของเราเองที่อยากเอามาเสริมการทำงานให้ดียิ่งขึ้นก็เช่นกัน หากปล่อยให้เป็นแค่แนวคิดแล้วยืนดูเฉยๆอย่างภูมิใจเพราะกูคิดได้ก็เท่ากับไม่มีประโยชน์ เนื่องจากมันไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

ยกตัวอย่าง “เพจการลงทุนมีความเสี่ยว” ที่ท่านกำลังอ่านอยู่ตอนนี้ เกิดจากการรวมตัวของคนทำสื่อยุคกลางเก่า-กลางใหม่ คนทำการตลาด คนทำธุรกิจ คนเจ๊งหุ้น คนปากหมา เป็น Pilot Project ของพวกเราที่อยากทดลองทำสื่อใหม่เอาวิชาและความเสี้ยนมารวมกันกว่าจะได้คนตามขนาดนี้น้ำตาแทบไหล กว่าจะคิดว่าเล่าอะไรดี กว่าจะทำเสร็จแต่ละคอนเทนท์ กว่าจะคิดมุกเสี่ยวออก กว่าจะยิงโฆษณาผ่าน เคยทำวีดีโอคอนเทนท์ออกมาก็ไม่ปัง

นี่ก็ยังหาทางอยู่ว่าจะทำยังไงต่อ นี่ยังไม่นับตอนเริ่มต้นที่ต้องหาข้อตกลงในการทำงาน ทุน คาแร็คเตอร์ อีกหลายร้อยรายละเอียดที่ยังเล่าไม่หมด และปัจจุบันเพจก็ยังไม่สำเร็จต้องปรับอีกเยอะแยะ ไม่มีอะไรง่ายเลย

แต่นั่นแหล่ะ ไม่ลองไม่รู้ คงต้องลองผิดลองถูกและฝึกฝนให้เข้าที่ไปเรื่อยๆด้วยตัวเอง

#เรียนรู้กฎหมาย ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน “โดนปลด” สิ่งที่ต้องรู้เป็นอย่างยิ่งคือ เรามีสิทธิ์อะไรบ้างตามกฎหมาย นายจ้างต้องจ่ายชดเชยในอัตราเท่าไร มีสวัสดิการใดๆของรัฐรองรับบ้าง

เพราะหลังจากโดนปลดไม่มีงานทำเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่าลืมว่าช่วงว่างงานนั้นมีรายจ่ายตลอด ดังนั้นการมีรายรับจากทุกทางติดกระเป๋าไว้ก่อนก็ช่วยให้อุ่นใจขึ้นได้บ้าง และเป็นการประวิงเวลาให้สมองมีเวลาไตร่ตรองว่าจะเดินทางอย่างไรต่อบนอาชีพการงาน ที่สำคัญอย่าใช้เงินที่ได้มาอย่างผลีผลาม

กรณีนายจ้างดีจ่ายชดเชยอย่างเหมาะสมก็ดีไป ในช่วงปลายปี 61 องค์กรใหญ่ๆที่ประกาศลดคนไปนั้นถือว่าจ่ายชดเชยในอัตราค่อนข้างดี ก็ถือว่าจบสวยกันไป แต่ใช่ว่านายจ้างทุกคนจะดี ใสใสเหมือนกันหมดบางกรณีอาจมีการเล่นแง่ ดึงเชง ดังนั้นการรู้จักทนายดีๆราคาไม่แรง ก็ถือว่าเป็นอีกสิ่งจำเป็นเช่นกัน (พวกทนายที่เรียกเก็บตังค์ก่อนนี่ห่างไว้เลยนะจ๊ะ)

0 views0 comments