เทศกาลหั่นเป้าศก. GDP ขั้นโคม่า -2% !! ล็อกดาวน์ยืดเยื้อ รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ



เทศกาลหั่นเป้าศก. GDP ขั้นโคม่า -2% !! ล็อกดาวน์ยืดเยื้อ รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ #เลวร้ายยิ่งกว่าโควิดคือคุณภาพชีวิตในรัฐบาลประยุทธ์

เป้าจีดีพีปีนี้ โดนหั่นโดนเฉือนเป็นผักเป็นเนื้อเลยนะครับช่วงนี้ จากต้นปีที่ฝันหวานกันว่าจะโต 4-4.5% เพราะคิดว่าเอาโควิดอยู่ “วัคซีนเต็มโรงพยาบาล เต็มแขนประชาชน” (รัฐมนตรีห่วยๆคนหนึ่งกล่าวไว้) มหกรรมโลกสวย เศรษฐกิจฟื้น จึงพรั่งพรูเต็มไปหมด . แต่ด้วยความหละหลวมของผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมือง และการจัดการโรคระบาดที่ด้อยประสิทธิภาพ สุดท้ายวัคซีนฉีดไม่ทั่วถึง ยอดการติดเชื้อ-ตายพุ่งระนาว จนต้องกลับเข้าสู่การล็อคดาวน์อีกครั้ง และน่าจะยืดเยื้อไปเรื่อย ๆ . ปราสาททรายที่หวังกันไว้ต้นปีต้องพังทลาย องค์กรด้านเศรษฐกิจและสำนักวิจัยต่างๆ ต้องปรับลดเป้าจีดีพีกันมาตลอดทาง . ล่าสุดเหลือโตเต็มที่บวก 2% แต่กรณีเลวร้ายสุดอาจจะติดลบถึง 2% (อย่างเท่ห์อ่ะ ลบในลบ ลบจากมูลค่าเศรษฐกิจที่ทรุดต่ำลงมาก) . ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองว่า เศรษฐกิจไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นปีที่ 2 จากโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ส่งผลกระทบตลอดครึ่งปีหลัง . ขณะที่การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่ประสบความสำเร็จ . ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้ติดลบ 1.5 % อย่างดีหน่อยก็ไม่โตหรือ 0% จากก่อนหน้านี้คาดไว้ระดับ 0-1.5% . แม้คาดส่งออกขยายตัว 10-12% แต่อาจจะไม่ได้ช่วยในภาพรวม และมองว่าภาครัฐควรให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการจัดหาวัคซีนอย่างทั่วถึง . ขณะที่ KKP Research ประเมินว่า กรณีเลวร้ายล็อคดาวน์ยืดเยื้อนานเกินกว่า 2 ครั้งก่อนหน้านี้ จีดีพีไทยจะติดลบ 0.8% เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง . แต่หากควบคุมได้เร็วๆนี้ อาจจะสามารถโต 0.5% เพราะมีภาคส่งออกคอยสนับสนุน . สิ่งสำคัญที่รัฐบาลควรต้องบริหารจัดการใหม่ มีดังนี้ 1. วางแผนการล็อกดาวน์ให้รอบคอบ สอดคล้องกับสถานการณ์ ระดับศักยภาพของระบบสาธารณสุข และสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใส 2. เพิ่มศักยภาพในการตรวจ / สอบสวนโรค / รักษา และเร่งจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิผลเพื่อเพิ่มสัดส่วนของประชากรที่มีภูมิคุ้มกัน 3. ออกมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือที่เพียงพอและเหมาะสมกับสถานการณ์ 4. เตรียมการเพื่อกระตุ้นและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจหลังโควิด 5. รักษาความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของระบบการเงิน . ใช่ครับ! ทุกคนก็มองเช่นเดียวกันเกี่ยวกับการบริหารสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ แต่ทำไมรัฐบาลถึงไม่นำพาใดๆ . นอกจาก...ดัดจริตไปเปิดงาน ลงพื้นที่ ต้อนรับวัคซีน แถลงข่าวแบบนามธรรมตามสคริป ประชุมไร้สาระที่ไม่มีแอคชั่นเชิงบวก ใดๆ ฯลฯ . #เสี่ยวCREW สรุปให้แล้วกันครับ “การบริหารจัดการของรัฐบาลไร้น้ำยาชุดนี้” เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ร้ายแรงยิ่งกว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 . ตราบใดที่ยังบริหารอยู่ คงพาให้ชาติถดถอยยาวๆในทุกด้าน เชื่อว่าหลายสำนักเศรษฐกิจคิดเช่นนี้ แต่คงไม่กล้าบอกอย่างตรงไปตรงมา . ดูแลตัวเองดีๆครับทุกท่าน วิกฤตนี้ยังอีกยาวไกล

5 views0 comments