top of page

เปิดแนวทางแก้ปัญหาหนี้-ปากท้อง ไม่ต้องรอ ลดดอกเบี้ย แจกเงิน


เปิดแนวทางแก้ปัญหาหนี้-ปากท้อง

ไม่ต้องรอ ลดดอกเบี้ย แจกเงิน

#เบื่อแล้วต้องเป็นหนี้แต่อยากเป็นบี๋ของใครสักคน

ว่ากันว่าการลดดอกเบี้ย คือ การช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการขนาดเล็กให้ไปต่อได้ แบกภาระลดลง จริงครับไม่เถียงเลย มันจะดีมากๆ สำหรับคนที่ยังพอไหว แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน หลายคนไม่ไหวไปแล้ว

.

เริ่มทิ้งบ้าน ทิ้งรถ ไม่มีตังค์จ่าย ลดดอกเบี้ยไปก็ไม่ช่วย แจกเงินไปก็ไม่ช่วย (ยกเว้นแจกหลักล้าน) ทางที่จะช่วยได้ คือ เพิ่มเงินในกระเป๋า ลดรายจ่าย ทยอยส่งกลับสู่ภาวะเกือบปกติทางการเงิน ซึ่งมันมีทางที่ทำได้โดยไม่ต้องรอลดดอกเบี้ย ไม่ต้องรอแจกเงิน อยู่ครับ

.

ที่สำคัญ!! ทำได้เลยโดยใช้อำนาจ “รัฐมนตรีคลัง” ไม่ต้องง้าง ไม่ต้องรอ อะไรทั้งนั้น

.

#เสี่ยวCREW ผ่านไปเห็นวิธีเหล่านี้จากเพจของท่านอดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ ดร.วิรไท สันติประภพ เลยสรุปมาฝากกัน (ไม่ได้เขียนตามนี้เป๊ะ สรุปมาง่ายๆ แบบไม่เสียแก่น ไม่เสียใจความ และมีการเพิ่มเติมจากบุคคลอื่น)

.

1. เร่งการจ่ายเงินของหน่วยงานภาครัฐ ให้กับภาคเอกชนที่เป็นคู่สัญญารับจ้างทุกประเภท จากต้องรอการเบิกจ่ายนานหลายเดือน บางงานใช้เวลาเป็นปีกว่าการเบิกจ่ายจะแล้วเสร็จ ทั้งที่ทำงานเสร็จส่งมอบงานไปเรียบร้อยแล้ว

.

 ปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายขาดสภาพคล่อง ต้องหันไปกู้ยืมจากสถาบันการเงินและแหล่งอื่นๆ มาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน จนมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และธุรกิจไปต่อไม่ไหว

.

 กระทรวงการคลังสามารถเร่งรัดให้หน่วยงานภาครัฐเบิกจ่ายเงินได้เร็วขึ้น ทำระบบกลางให้ติดตามการจ่ายเงินได้อย่างโปร่งใส ป้องกันไม่ให้มีการดึงเงินเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์

.

2. ติดตามเครดิตการค้าให้อยู่ในกรอบ 30-45 วัน ผ่านสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ซึ่งสามารถติดตามสัญญาการชำระสินเชื่อการค้า (credit term) ให้ซัพพลายเออร์ที่เป็น SME ว่าอยู่ภายในกรอบที่ประกาศออกมาในช่วงโควิดหรือไม่

.

 โดยสามารถติดตามหนี้ค้างชำระระหว่างเอกชนกับเอกชนได้จากยอดหนี้การค้าในงบการเงินสิ้นปี หากพบธุรกิจขนาดใหญ่รายใดไม่ปฏิบัติตาม ต้องบังคับใช้กฎหมายลงโทษอย่างจริงจัง และต้องกำหนดกรอบการชำระเงินกับคู่สัญญาอย่างชัดเจน

.

3. เร่งกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ธุรกิจ SME สามารถทำได้ทั้งหนี้ที่กำลังจะเสียและหนี้เป็น NPL ไปแล้ว โดยหนี้ที่กำลังจะเสียสามารถเปิดให้มีการเจรจาต่อรองกับสถาบันการเงิน เพื่อหาแนวทางให้กิจการมีกระแสเงินสดเพียงพอ อาทิ ยืดระยะเวลาการผ่อนชำระ พักหนี้ รีไฟแนนซ์ ฯลฯ

.

 ส่วนหนี้ที่เป็น NPL กระบวนการการไกล่เกลี่ยและบังคับคดี กระบวนการจัดการหลักประกันที่สถาบันการเงินยึดมาต้องรวดเร็วและเป็นธรรมแก่ลูกหนี้ เพื่อให้เจ้าของกิจการสามารถนำทรัพย์สินออกจากกระบวนการและเริ่มใหม่ได้

.

4. ปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือน มีกรอบแก้ไขหนี้ที่ตกลงร่วมกัน โดยมีคนกลางทำหน้าที่ปรับโครงสร้างหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้แต่ละราย เปลี่ยนสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ตลอดจนสินเชื่ออื่นๆ ที่อัตราดอกเบี้ยสูงให้เป็น term loan ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ อัตราการผ่อนชำระลดลง

.

 อย่างไรก็ตามต้องกำหนดให้ ผู้ให้บริการบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลรายใหญ่ทุกราย และธนาคารของรัฐ เข้าร่วมปรับโครงสร้างหนี้ในกรอบที่ตกลง ไม่ปล่อยให้บางรายเลือกจะไม่เข้าร่วม แต่ใช้วิธีเร่งฟ้องลูกหนี้ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้มาชำระหนี้ของตัวเองก่อน ปิดโอกาสที่ลูกหนี้จะปรับโครงสร้างหนี้ทั้งหมด

.

อืมม..ทำได้เลยจริงๆ นะ ไม่ต้องตะโกน แต่ทำยังอ่ะ ? ถ้าทำเหล่านี้ไปก่อน ตอนดอกเบี้ยลงประชาชน กับ SME ทั้งหลายจะยิ่งได้ประโยชน์ และออกจากปัญหาหนี้ได้เร็วขึ้นนะ

7 views0 comments

Comments


bottom of page