top of page

เปิดโผ 13 หุ้นกำไรโต 4 ปีซ้อน



เปิดโผ 13 หุ้นกำไรโต 4 ปีซ้อน #กำไรดีพิสูจน์ธุรกิจคิดถึงวันละนิดพิสูจน์ความผูกพันธ์

หุ้นไทยช่วง 4-5 ปีหลังเผชิญปัจจัยลบมากมาย ทั้งโรคระบาด สงครามการค้า สงครามจริง เงินเฟ้อ รัฐบาลห่วย และปัญหาเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ กดดันให้ภาวะตลาดผันผวนแบบสุด ๆ . บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบทั่วหน้า มากน้อยแล้วแต่กลุ่มอุตสาหกรรมและศักยภาพในการบริหารธุรกิจ . แต่รู้ไหมว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาดังกล่าว มี 13 บจ.ผลประกอบการกลับโดดเด่น ดุดันไม่เกรงใจใคร กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องมาอย่างน้อย 4 ปีซ้อน . หุ้นกลุ่มนี้มาจาก SET จำนวน 11 บริษัท โดยหมวดธุรกิจไอซีที และเงินทุน/หลักทรัพย์ ติดโผมากสุดแกงค์ละ 2 บริษัทเท่ากัน ส่วน mai ส่งเข้าประกวด 2 บริษัท . บมจ.โรงพยาบาลราชธานี (RJH) มีผลงานเด่นที่สุด โดยเมื่อปี 61 กำไรยังอยู่ที่ระดับเพียง 255 ล้านบาท แต่ล่าสุดปี 65 มีกำไรสุทธิถึง 1,029 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4 ปีหลังถึง 52% ต่อปี . บมจ.คอมเซเว่น (COM7) เป็นบริษัทที่ผลงานแจ๋วรองลงมา 4 ปีหลังเติบโตเฉลี่ย 38% ต่อปี จาก 891 ล้านบาท เมื่อปี 61 ขึ้นมาเป็น 3,038 ล้านบาทในปี 65 . ทั้งนี้มีอีก 2 บริษัทที่เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อปี คือ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) และ บมจ.สาลี่ คัลเล่อร์ (COLOR) . นักลงทุนท่านใดที่ถือหุ้นเหล่านี้มาตั้งแต่ 4-5 ปีก่อน ต้องมีช่วงเวลาที่ชื่นมื่นอย่างแน่นอน เพราะหากนับจากสิ้นปี 60 ถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นกลุ่มนี้เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดตั้งแต่ 31-802% ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของแต่ละบริษัท . แต่กำไรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ก็อาจจะไม่ได้การันตี ว่า ราคาจะวิ่งขึ้นทุกปีตามกัน หากเทียบราคาปิดสิ้นปี 60 กับราคาล่าสุด (8 มี.ค.66) กลับพบว่ามี 3 บริษัทผลตอบแทนราคาหุ้นติดลบ 21-26% ส่วนที่เหลือพบว่าราคาลดลงจากจุดสูงสุดที่เคยขึ้นไปทั้งสิ้น . อาจจะด้วยภาวะตลาด ความกังวลด้าน Valuation หมดรอบ หรืออื่น ๆ อีกพันหมื่นเหตุผล ที่ไม่มีใครทราบได้อย่างแท้จริงว่า ทำไมหลายครั้งราคาหุ้นถึงไม่ค่อยสอดคล้องกับพื้นฐาน . หุ้นที่ผลประกอบการดีอาจจะไม่จำเป็นต้องราคาขึ้นเสมอไป หรือหุ้นที่ผลประกอบการทรงอย่าง BAD ก็ไม่จำเป็นต้องราคาลงเสมอไป (หลายครั้งวิ่งสวนอย่างไม่รู้สี่รู้แปด) . นี่แหล่ะตลาดหุ้น ดังนั้นก่อนลงทุนต้องศึกษาข้อมูลให้ "รอบคอบ & รอบด้าน" ควรรู้จักทำกำไรเมื่อหุ้นขึ้น และตัดขาดทุนเมื่อหุ้นลง รวมถึงต้องเข้าใจเวลาหลายอย่างเกิดขึ้นแบบไม่มีเหตุผล และไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้นด้วยนะจ๊ะ ^^

13 views0 comments

Comments


bottom of page