เรื่องวุ่นๆ วัยรุ่นคริปโทฯ



เรื่องวุ่นๆ วัยรุ่นคริปโทฯ

#ถ้าเธอเศร้าเพราะตลาดคริปโท

#ให้เปิดเพลงสาวบางโพธิ์แล้วตั้งวง

.

หากเปรียบช่วงวัยของสินทรัพย์การลงทุนกลุ่ม Cryptocurrency คงอยู่ในหมวดวัยรุ่นพุ่งแรง เพราะเพิ่งมาบูมช่วงไม่กี่ปีหลังนี่เอง

.

ร้อนแรงขนาดสร้างเซียนเทรด และเศรษฐีใหม่มากมาย ดึงดูดนักลงทุนทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่แทบทุกวงการ (เด็กเสิร์ฟร้านอาหารยังเทรดเลยเห็นมากับตา ฮ่า ๆ)

.

การที่ราคาเหรียญกลุ่มนี้เป็นขาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและหลายเท่าตัว ทำให้หลายปีหลังเหรียญใหม่ๆ ผุดขึ้นมามากกว่าดอกเห็ด ตั้งแต่เหรียญที่ใช้งานได้จริงจัง ยันเหรียญสนุกสนาน ที่มีไว้เพื่อเทรดเพียงอย่างเดียว

.

จนทำให้นักลงทุนมองข้ามคุณสมบัติ หรือพื้นฐานที่เหมาะสมต่อการลงทุน แห่เข้าซื้อขายกันบันเทิงเริงใจ ไม่สนโควิด-19 ไม่สนสงคราม ไม่สนเศรษฐกิจโลก ไม่สนพื้นฐานใดๆ

.

และแล้วในปีนี้ครับท่านผู้ชม วงการคริปโทฯ มาเต็ม!!! ลงเต็มๆ เน้นๆ หนักๆ เริ่มจากราคาเหรียญหลักอย่าง BTC หรือ ETH รูดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี สะเทือนไปถึงเหรียญเล็กเหรียญน้อย ยิบย่อยหอยสังข์

.

บางเหรียญเทกระจาดปิดตัวไปเลย บางเหรียญมูลค่าลดลงระดับ 90-100% ยกตัวอย่างให้เห็นภาพคือ LUNA ที่ใครจะไปนึกว่าต่ำสุดคือ 0.0 อันนี้พี่แกยังลงต่ำได้แบบ 0.00xxx ไปอีก

.

เหล่าเซียนเทรดและเศรษฐีใหม่ที่ไม่ทำกำไรช่วงขาขึ้น คงล้มหายตายจากไปกันเพียบ เพราะไม่ใช่แค่ขาดทุนกำไร อาจจะหนักถึงขั้นพลิกกลับมาขาดทุนจริงๆ

.

ยิ่งกลุ่มที่ใช้บัญชีมาร์จิ้นในการเทรด หรือพวกที่เทรด Future เหรียญ มีโดนบังคับขายกันมโหฬาร ว่ากัน ว่า มูลค่าความเสียหายช่วงเหรียญดิ่ง นับเป็นเงินระดับร้อยล้านพันล้านเลยทีเดียว

.

นอกจากเรื่องราคา ยังมีเรื่องพฤติกรรมเทาๆ เกิดขึ้นมาอีก ยกตัวอย่างแพลตฟอร์มเทรดชื่อดังของไทย โดนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษฐานสร้างวอลุ่มเทียมและนำเหรียญจดทะเบียนผิดเกณฑ์มาเทรด ซึ่งก่อนหน้านี้ฮิตฮอตมากจนแบงก์ใหญ่จะเข้าซื้อกิจการ ตอนนี้ทำท่าว่าจะถูกเทเสียแล้ว เพราะทำ Due diligence นานเหลือเกิน

.

ล่าสุดแพลตฟอร์มเทรดชื่อดังอีกเจ้า ประกาศห้ามนักลงทุนถอนเงินไร้กำหนด เพราะดันไปมีเอี่ยวและโดนโดมิโน่จากวิกฤต Babel-Celsius ร้อนจน ก.ล.ต.สั่งชี้แจงด่วน รายละเอียดเต็มหน้าฟีดข่าวในโซเชี่ยล เขย่าวงการกันไปอีกรอบเมื่อคืนวาน

.

เหล่านี้เป็นเหตุการณ์สำคัญ ๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่มาซ้ำเติม และทดสอบเส้นความอดทนของนักลงทุนที่ชื่นชอบสินทรัพย์เหล่านี้ ยังมีเหตุการณ์อีกเป็น 10 เป็น 100 เคส ที่มาลดทอนความเชื่อมั่นต่อวงการเทรดเหรียญดิจิทัล

.

ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มอนุรักษ์นิยมอย่างเซียนหุ้นรุ่นใหญ่ได้เวลากระทืบซ้ำ เช่น "วอร์เรน บัฟเฟตต์" บอกว่า "ต่อให้ยก BTC หมดทั้งโลกให้ในราคา 25 USD ผมก็ไม่ซื้อ เพราะมันไม่ได้ผลิตอะไรเลย"

.

"ชาร์ลี มันเกอร์" บอกว่า “ในชีวิตของผม ผมพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่โง่เขลาและชั่วร้าย และสิ่งที่ทำให้ผมดูแย่เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น และ Bitcoin ก็ทำทั้งสามอย่าง”

.

ฟากรุ่นใหญ่ของไทย "ดร.นิเวศ เหมวชิรวรากร" บอกว่า "กระแสการปรับตัวขึ้นของคริปโทฯ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น เป็นเรื่องการเก็งกำไรที่สุดโต่งในสังคม และเวลานี้กำลังเป็นช่วงอวสาน ที่ราคาอาจจะตกและลงต่อหรือไม่กลับมาอีกนาน พร้อมๆ กับความสนใจในเรื่องเหล่านี้อาจจะจางหายไป"

.

สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือความเชื่อมั่นในวงการเริ่มสั่นคลอน วอลุ่มวูบไปอย่างมีนัย จับตาดูหากแพลตฟอร์มเทรดข้างต้นกลับมาให้ถอนเงินได้ จะมีแรงขายอีกเพียบเลย...

.

บทความนี้มิได้มีเจตนาดิสเครดิตสินทรัพย์กลุ่มนี้ เพียงแค่หยิบยกประเด็นความเสี่ยงที่มีมากในสินทรัพย์กลุ่มนี้มานำเสนอ นักลงทุนต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจไม่ว่าจะสินทรัพย์ไหนก็ตาม และสิ่งที่เกิดขึ้นกับวงการคริปโทฯตอนนี้

.

อาจจะเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็น ว่า ทุ่งลาเวนเดอร์กำลังไฟไหม้ และกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงในการลงทุน คือ ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและกระจายความเสี่ยงให้เหมาะสม ก็เท่านั้นเอง...

6 views0 comments