เสี่ยวรำพึงถึงเศรษฐกิจไทย


เสี่ยวรำพึงถึงเศรษฐกิจไทย #เงินในกระเป๋าอาจเบาบางแต่หัวใจเบิกบานเพราะหน้าเธอ เมื่อ GDP ที่เคยทะยานดั่งขุนเขาดันชะลอตัวดังโครมมม!! หลังจาก สศช.ประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3 อย่างเป็นทางการผ่านไปหมาดๆ เล่นเอางงหัวทิ่มกันเลยทีเดียว ชาวคณะการลงทุนมีความเสี่ยวขอสรุปง่ายๆให้ดูอีกรอบ “GDP ไตรมาส 3 ขยายตัว 3.3% ต่ำกว่าการคาดการณ์ของทุกสำนัก ปัจจัยหลักที่ทำให้ลดลงกว่าคาดการณ์ คือ การชะลอตัวของภาคส่งออกและการท่องเที่ยว แต่มีปัจจัยเสริมจากการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวจากกลุ่มสินค้าคงทน การลงทุนของภาครัฐและเอกชนในประเทศยังคงมีการเติบโต ตอนนี้ทุกคนก็เลยมาปรับประมาณการกันใหม่ ซึ่งโดยรวมนั้นยังโฟกัสว่าจะยังเติบโตแบบ “โอเค” ในระดับ 4% ต้น โดยฝากความหวังไว้กับการฟื้นตัวของการส่งออกและท่องเที่ยวในไตรมาส 4 และปีหน้าน่าจะโตต่อไปที่ระดับ 3.5-4.5% จากการลงทุนภาครัฐ เอกชน การบริโภคในประเทศ และท่องเที่ยวดีขึ้น” ภาพทั้งหมดนี้บอกอะไรเราหลายอย่าง #โตกระจุกเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ในนิยายหรือคิดกันไปเอง ดูได้จากส่งออกและท่องเที่ยวที่ชะลอตัวส่งผลกระทบค่อนข้างแรงต่อการโต การใช้จ่ายในประเทศเติบโตจากการบริโภคของภาครัฐ การบริโภคหมวดสินค้าคงทนซึ่งส่วนใหญ่คือรถยนต์นั่ง เป็นการใช้จ่ายโดยกลุ่มที่ยังมีตังค์มีรายได้สูง ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วๆไปที่เป็นตัวชี้วัดของรากหญ้าและชั้นกลาง (รวมเราด้วยในกลุ่มนี้ 555) ทรงตัวจากปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาส2 สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง #ความไม่แน่นอนสูง มีปัจจัยอีกมากที่รออยู่และไม่รู้จะเป็นไปตามคาดการณ์ในเชิงบวกหรือไม่ สงครามความรัก แอ๊ะ สงครามการค้า ก่อนนี้ว่ากันว่าไม่กระทบเราหรือกระทบน้อย ตอนนี้คงพูดแบบนั้นไม่ได้อีกเพราะตอนนี้ชัด!! เกมส์นี้ทำให้การค้าระหว่างประเทศทั่วโลกชะลอลง เมื่อกระทบประเทศคู่ค้า เราก็ยอดลดลงด้วยเช่นกัน การเร่งขึ้นของตัวเลขส่งออกในระยะนี้ ไม่ได้แปลว่ามันจะมีสเถียรภาพ สิ่งที่เกิดขึ้นควรสอนให้เรารู้ว่า สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร การท่องเที่ยว ความหวังอยู่ที่ว่ามันจะค่อยๆฟื้นตัวและปกติ จากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลับมามีความเชื่อมั่นและกำลังซื้ออีกครั้ง สุดท้ายคือกลับมาเที่ยวเมืองไทยกันเต็มเลยยย เฮ้อออ..ตื่นดีกว่านี่ก็จะเข้าธันวาคมแล้วนะเออแหล่งท่องเที่ยวที่เคยมีคนจีนมากันเยอะๆยังคงเงียบกริ๊บ ควรหวังต่อไปมั้ย? หรืออาจต้องยอมรับความจริงว่า Honeymoon Period ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ความปังแบบเดิมคงเกิดขึ้นยาก แล้วควรโฟกัสให้การท่องเที่ยวโตแบบปกติ อยู่ได้ เลิกคาดหวังให้เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก รายได้ครัวเรือนโตช้าจุงเบย สวนทางกับหนี้ครัวเรือนที่ระดับสูง แถมด้วยข้าวของค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นกว่าการเพิ่มของรายได้หนักมว้ากกกกก ช่วงนี้หากคุณเป็นคนธรรมดาหรือเป็นเกษตรกร หรือเป็นเม่าก็ได้ น่าจะได้ยินหลายคนบ่นว่ามันตึงมาก หาเงินยาก ซึ่งอันนี้น่าเป็นห่วงเพราะการบริโภคในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความแข็งแรงของระบบเศรษฐกิจ ถ้าประชากรกลุ่มใหญ่ไปไม่รอดนอกจากการใช้จ่ายจะหดตัวแล้วฝั่งหนี้อาจตามมาซ้ำเติมด้วยการสร้างผลกระทบให้ระบบ #ความหวัง การลงทุนภาครัฐและเอกชนที่ค่อยๆทยอยเพิ่มขึ้น การย้ายฐานการผลิตเพื่อลดผลกระทบสงครามการค้า ถ้าเหล่านี้มันพีคกว่าเดิมการโตโดยรวมอาจจะดูดีกว่าการพึ่งพาส่งออกและท่องเที่ยวอย่างที่ผ่านมา สรุป: ไม่ต้องโชว์ออฟว่าเศรษฐกิจโตมากก็ได้ การโตเยอะแล้วกระจุกตัวแบบที่ผ่านมาไม่จำเป็น การสร้างความแข็งแรงให้ระบบเศรษฐกิจน่าจะจำเป็นมากกว่า

0 views0 comments