ฉิบหายแล้วบ้านกู 3



ฉิบหายแล้วบ้านกู 3 รับมือยุคข้าวยากหมากแพง-ลงทุนหุ้นต้องระวัง #วิกฤตเศรษฐกิจเป็นหายนะแต่รักเธอนะจ๊ะเป็นแฟนได้ไหม

มาตรการช่วยเหลือรอบใหม่จากภาครัฐ ออกมานิดนึงแล้วนะฮะ หลักๆก็เน้นไปในเรื่องของการช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายให้ประชาชนทั่วไปบางส่วน (จำนวนสิทธิ์มีจำกัดตามที่ทราบกัน แย่งชิงลงทะเบียนกันไป ใครพลาดก็รอรอบใหม่ฮะ) แต่สำหรับคนที่ไม่มีเงินจะใช้จ่ายนั้น ยังไม่มีใดๆมาช่วย และสำหรับกิจการที่เปิดไม่ได้ ขาดรายได้ ไปไม่รอด ก็ยังไม่มีใดๆมาช่วยอีกเช่นกัน อาจจะกำลังคิดอยู่และทยอยออกมาตรการ ในระยะถัดไป..... แต่สิ่งที่แน่นอน คือ ความเสียหายทางเศรษฐกิจ ความยากแค้นของผู้คน ไม่เคยรอ!! เมื่อมันไม่รอ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นในช่วงต่อจากนี้ ? มาดูมุมมองจาก ศ.ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์มหภาค ที่ปรึกษา ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ไปพร้อมๆกัน

ไฮไลท์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2564 • เศรษฐกิจอยู่ในวิกฤต ยังไม่ฟื้น ใช้เวลาอีกนาน • เตรียมรับมือยุคข้าวยากหมากแพง • รัฐต้องอัดเงิน-หาเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ • ลงทุนหุ้นต้องระวัง “พื้นฐานและราคาไม่สอดรับกัน”

เศรษฐกิจอยู่ในวิกฤต ยังไม่ฟื้น ใช้เวลาอีกนาน ระยะสั้นเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้น เพราะมีปัญหาการระบาดระลอกใหม่เข้ามา ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักไป โดยเฉพาะเศรษฐกิจฟุ่มเฟือยหรือเศรษฐกิจในเมืองที่หยุดลงไปมาก อีกส่วนที่ถูกกระทบ คือ การติดต่อระหว่างประเทศ เช่น การเดินทาง การท่องเที่ยว ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ต้นทุนการส่งก็แพงขึ้น ตอนนี้เริ่มมีวัคซีนมาใช้เป็นระยะๆ และคงมีการนำมาใช้ต่อเนื่อง แต่การฟื้นตัวเศรษฐกิจที่จะตามมายังอยู่ในภาวะวิกฤตอยู่ คือ ยังไม่ค่อยฟื้นตัว ต้องใช้เวลานาน ภาวะหนี้สินของรัฐบาล เอกชน และครัวเรือน ขยายมากในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อมีการระบาดของโควิด ตรงนี้จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นช้ามาก

เตรียมรับมือยุคข้าวยากหมากแพง ขณะที่สินค้าเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เกษตร สถานการณ์ยังแย่อยู่ ความต้องการยังน้อย ตัวเลขเงินเฟ้อยังเห็นติดลบ ตัวเลขที่เกี่ยวกับอาหารก็ปรับตัวสูงขึ้น ตัวเลขตัวนี้ต้องระวังในอนาคต เพราะประชาชนที่รายได้น้อยพึ่งพาการบริโภคสินค้าอาหารมาก ต้องใช้งบ 60-70% ของตัวเองซื้ออาหารดำรงชีพ สินค้าพวกนี้จะแพงขึ้น สินค้าที่ไม่จำเป็นในการครองชีพจะถูกลงเพราะคนไม่อยากบริโภค แต่ของที่จำเป็นแพงขึ้น ปีที่แล้วขึ้นไป 2-3% ปีนี้น่าจะขึ้น 3-5% ถือว่าแย่มากสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อย ปีนี้หรือปีต่อไปเป็นช่วงที่สินค้าทางการเกษตรจะแพงและแพงทั่วโลก เพราะค่าขนส่งแพงหมดและแพงมาก สินค้าวัตถุดิบจะขึ้นสูง สินค้าฟุ่มเฟือยจะเป็นสิ่งที่คนจะไม่สนใจ ทุกคนต้องเตรียมตัวรับมือกับภาวะข้าวยากหมากแพง รายได้ก็ไม่ดี ค่าครองชีพแพงขึ้น

รัฐต้องอัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนรัฐบาลใช้จ่ายเยอะ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคงต้องใช้ถึงอย่างน้อยถึงไตรมาสแรกปีนี้ ตอนนี้เริ่มเห็นว่ารัฐบาลพยายามใช้มาตรการที่มีรายละเอียดมากขึ้น เพื่อให้โครงการที่ออกมาเตะตา ได้ผล เห็นเป็นรูปธรรม แต่ภาพ Mission ยังเหมือนเดิม คือ ใช้เงินอนาคตมาช่วยเหลือไปก่อน พอเงินหมดก็จบ แต่ถ้าเงินไม่หมดก็สบายไป ในแง่รัฐบาลผมคงไม่กล้าแนะนำ เพราะถือว่าพวกนี้มีความรู้ความสามารถ เขารู้รายละเอียด แต่คิดว่าแนวทางที่ออกมาขณะนี้เป็นยุทธศาสตร์ที่ทำมา 20 ปี ถ้าเรียกแบบภาษาวิชาการก็เรียกว่าประชานิยม เอาใจประชาชนเพื่อให้รู้สึกว่าไม่ลำบากเพราะมีคนช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามในมุมของรายได้ เป็นอีกภาพที่ประชาชนจะไม่รู้ว่ากงสีมันหมดหรือยัง พอมีไหม แล้วเก็บเพิ่มกับใคร ขณะนี้เริ่มเก็บจากภาษีทรัพย์สิน

ลงทุนหุ้นต้องระวัง ส่วนการลงทุนในหุ้นราคาหุ้นปรับขึ้นมาล่วงหน้า เพราะเก็งกำไรว่าวัคซีนออกแน่นอนกลางปีนี้หรือไตรมาสแรกน่าจะมีภาพชัดขึ้น พวกที่ลงทุนในหุ้นควรปรับการประเมินใหม่หมด เพราะหุ้นขึ้นมาพอสมควรแล้ว ถ้ามองตลาดหุ้นกับภาวะเศรษฐกิจต่อไปจะเริ่มไม่ไปด้วยกัน อันนี้เราต้องระวัง

20 views0 comments