แบงก์ไทยบนเส้นทางขวากหนามโควิด-19



แบงก์ไทยบนเส้นทางขวากหนามโควิด-19 #ความเสี่ยงธนาคาร #ติดตามอาการใกล้ชิด #อันตรายไม่แพ้โควิดคือหนี้รักเป็นพิษในหัวใจ “ธนาคาร” คำนี้พูดหรือฟังแล้วมันมักทำให้รู้สึกถึงความมั่นคงนะฮะ และเมื่อไปดูผลประกอบการในปีที่ผ่านมาก็พบว่า ในปีที่แล้วทุกแบงก์ยังมีความสามารถในการทำกำไร ทั้งกลุ่มมีกำไรสุทธิรวมกันประมาณ 94,700 ล้านบาท ถึงจะลดลงจากปีที่แล้ว 26.5% แต่นั่นก็เป็นเพราะมีการตั้งสำรองสูงขึ้น เพื่อรับมือกับหนี้ที่อาจจะเสียแบบพรวดๆจากวิกฤตโควิด-19 ถ้าเราไปดูกำไรจากการดำเนินงานก่อนตั้งสำรองก็จะพบว่า กลุ่มแบงก์มีกำไรที่โตขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับปี 2562 สรุปรวมๆ คือ ณ ตอนนี้แบงก์ไทยก็ยังดูดี ยังดูโอเคนั่นแหล่ะฮะ ฐานะการเงินดี มีตั้งสำรองรองรับความเสี่ยงมากขึ้น ความสามารถทำกำไรดี (อัตรากำไรสุทธิโดยรวมอยู่ที่ 10 กว่าๆไปถึง 20%) และมีฐานะการเงินที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง เพราะทุกแบงก์มีการตั้งสำรองสูงขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าไปดูสัดส่วนรายได้ของแบงก์ทั้งกลุ่มเราก็จะเจอสิ่งนี้ฮะ รายได้หลักของพวกเค้า คือ “ดอกเบี้ย” คิดเป็นสัดส่วนถึง 70-80% ของรายได้รวมเลยทีเดียว ส่วนที่เหลือเป็นรายได้อื่นๆ พวกค่าธรรมเนียม กำไรการลงทุน ฯลฯ ซึ่งในปีที่แล้วชะลอลง แต่มันมีสิ่งที่เร่งขึ้น คือ “หนี้เสีย” หรือ “NPL” ฮะ ไตรมาส 3 ปีที่แล้วอยู่ 3% ต้นๆ ตอนนี้หลายแบงก์ใหญ่ขยับมาอยู่ที่ 3% ปลายๆเฉียด 4% กันแล้ว ซึ่งมันเป็นการเพิ่มขึ้นท่ามกลางมาตรการช่วยเหลือ พักชำระ ยืดอายุหนี้ ก็สะท้อนชัดเจนฮะ ว่า ทำไมพวกเค้าต้องตั้งสำรองหนี้เสียกันมากขึ้น คงเห็นเทรนด์แล้วล่ะว่าลูกหนี้จำนวนไม่น้อย อาการไม่ค่อยดี!! ส่วนปีนี้เปิดมาก็อย่างที่เห็นรับศักราชใหม่ด้วยการระบาดหนักของโควิด-19 จนตอนนี้ก็ยังไม่หยุด แต่สิ่งที่หยุดไปแล้วแน่ๆ คือ ธุรกิจและเงินในกระเป๋าของลูกค้าแบงก์ คือ คิดดูดิก่อนหน้านี้ก็ทำมาหากิน กระท่อนกระแท่นอยู่แล้ว การหาเงินชำระหนี้ก็ยากลำบากตามไปด้วย แม้แบงก์จะมีมาตรการประนีประนอมหลายรูปแบบ ก็ยังยาก เพราะรายได้มันลดฮวบฮาบ บ้างก็ไม่มีเลย เปิดมาได้แพบเดียวเห็นแววไปต่อได้บ้าง ตอนนี้ก็ชะงักกันหัวทิ่มอีกแล้ว ดังนั้นมันก็เป็นไปได้ฮะ ว่า เราอาจได้เห็นรายได้จากดอกเบี้ยชะลอลง กำไรลด หนี้เสียมีแนวโน้มพุ่งขึ้นอีก หากโควิด-19 ลากยาว ยังหาทางออก หาทางกระตุ้นกันไม่ได้ เนื่องจากลูกหนี้จำนวนมากคงไม่ไหว แบงก์เองก็คงต้องหาทางมาตรการมาช่วย เพื่อให้เจ็บตัวน้อย ซื้อเวลาออกไป แต่ก็เชื่อว่าคงไม่กระทบจนขาดทุนเละเทะ หรือมีปัญหาทางธุรกิจ เนื่องจากฐานะการเงินของทุกแบงก์ยังค่อนข้างแข็งแรง ในทางกลับกันถ้าวัคซีนทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้อย่างที่หวัง หลายภาคธุรกิจคงพอเห็นแววฟื้นตัว กล้าลงทุน กล้าฟัดมากขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อการดำเนินงานของแบงก์ด้วยเช่นกัน ตอนนี้ฟันธงไม่ได้ว่าจะเป็นทางไหน หรือเห็นทางไหนเร็วกว่า คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและประเมินกันเป็นระยะๆต่อไป ที่รู้แน่ๆ คือ ธุรกิจธนาคารปีนี้เส้นทางไม่ได้เฉิดฉายในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่มีขวากหนามเป็นโควิด-19

15 views0 comments