แรงขายถล่มหุ้นเวียดนาม ลุยต่อ หรือ พอแค่นี้ ?



แรงขายถล่มหุ้นเวียดนาม ลุยต่อ หรือ พอแค่นี้ ? #หุ้นเวียดนามดูแล้วน่าลงทุนแต่หน้าคุณดูแล้วน่าลงใจ

ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยังคงสร้างความกังวลให้กับหลายประเทศทั่วโลก แต่บนโลกการลงทุนนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน พบว่า ตลาดหุ้นประเทศเวียดนาม ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีเป็นอันดับต้นๆเทียบกับการลงทุนจากตลาดหุ้นทั่วโลก . จากการจัดอันดับของ "มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)" กลุ่มกองทุนที่มีการลงทุนหุ้นต่างประเทศ โดยโฟกัสผลตอบแทนจากการลงทุนในประเทศนั้นๆเป็นการเฉพาะเจาะจง (Country Focus Equity) พบว่า กองทุนรวมที่มีการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม จำนวน 4 กองทุน ให้ผลตอบแทนมากกว่า 30% . ส่วนหนึ่งเป็นผลเชิงบวกจากดัชนีตลาดหุ้นเวียดนาม (VNINDEX) ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทุบสถิติสูงสุดใหม่เด้งทะลุ 1,400 จุดเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่เพียงไม่กี่สัปดาห์ดัชนีฯปรับฐานร่วงหนักอย่างรวดเร็วมาสู่ฐานบริเวณ 1,240 จุดอีกครั้ง . จากอาการ "Panic Sell" ตื่นตระหนกกับจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เร่งจำนวนมากขึ้นระลอกใหม่ ทำให้เป็นที่น่าสนใจ ว่า การปรับฐานรุนแรงรอบนี้จะลึกและยาวนานแค่ไหน ? เป็นโอกาสซื้อของถูกเพื่อรับผลตอบแทนที่ดีในอนาคตได้อีกหรือไม่ ? . #เสี่ยวCREW สอบถามประเด็นนี้กับผู้ลงทุนสถาบันรายหนึ่ง ประเมินว่า แม้ช่วงต้นเดือน ก.ค. ตลาดหุ้นเวียดนามจะเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในโลก ปรับตัวขึ้นเกือบ 30% แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันทำการ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก็เร่งขึ้นจาก หลักร้อยคน/วัน สู่ หลักพันคน/วัน ส่งให้รัฐบาเวียดนามประกาศล็อกดาวน์โฮจิมินห์เมืองหลวงทันที . ดังนั้นพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นเวียดนามในระยะสั้น จะขึ้นอยู่กับตัวแปรคือสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่าจะควบคุมได้ดีแค่ไหน แต่ในจังหวะการปรับฐานของตลาดหุ้นเวียดนามรอบนี้ มองเป็นโอกาสที่น่าสนใจมาก ที่จะเริ่มแบ่งไม้เข้าสะสมเพิ่มเติมในพอร์ตช่วงประมาณ 1-2 เดือนข้างหน้านี้ . เพราะล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณผู้ลงทุนต่างชาติทยอยกลับมาซื้อบ้างแล้ว จากความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเวียดนามสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ดีเหมือนกับช่วงที่ผ่านมา รวมถึงแผนการจัดหาวัคซีนที่มีการตั้งเป้าว่าจะฉีดวัคซีนครอบคลุม 50% ของจำนวนประชากรทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ และจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ภายในไตรมาส1ของปี 2565 . อย่างไรก็ตามมีการประเมินกรณีปรับฐานจุดต่ำสุดรอบนี้ มีความเป็นไปได้ว่าหากจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งไปแตะเฉลี่ยวันละ 5,000-6,000 คน มีโอกาสดัชนีฯจะปรับฐานได้อีก 5-10% ดังนั้นกลยุทธ์ที่สำคัญคือต้องแบ่งไม้ทยอยสะสม เพื่อได้ต้นทุนที่เหมาะสมกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาว . ปัจจุบันแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเวียดนาม มีโอกาสเติบโตสูงสุดในภูมิภาคเอเชียและระยะยาวมีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง จากข้อได้เปรียบคือจำนวนประชากรที่เป็นวัยทำงานมีจำนวนมาก และมีค่าแรงที่ถูกกว่าประเทศไทย 2-3 เท่า . เป็นแรงดึงดูดให้ภาคอุตสาหกรรมระดับโลกเข้าไปใช้เป็นฐานการผลิต โดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกภาคอุตสาหกรรมอนาคตอย่างเทคโนโลยีด้านต่างๆก็เข้าไปตั้งฐานการผลิตเป็นจำนวนมากแล้ว . ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานของประชากร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามระยะถัดไป น่าจะเป็นจุดแข็งสามารถยกระดับการเเข่งขันกับประเทศอื่นๆได้เป็นอย่างดี . ส่วนไทยแลนด์ดินแดนขาดวัคซีน หากต่างชาติจะสนใจน้อยลง ก็ไม่ต้องแปลกใจครับ เราทำตัวเอง!!

5 views0 comments