โคตรเซียนเพชฌฆาตรายย่อย “พิชญ์ โพธารามิก”



ตำนานหุ้นรถไฟเหาะตีลังกากระชากวิญญาณนักลงทุนในยุคนี้ คงต้องยกให้หุ้น “JAS” บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ของ “พิชญ์ โพธารามิก” เจ้าพ่ออินเทอร์เนตบรอดแบนด์ ภายใต้ชื่อ "3BB" ที่สร้างปฐมบทของการใช้เครื่องมือทางการเงินตั้งตัวเป็น "เจ้ามือ" อย่างถูกกฎหมาย นำมาควบคุมราคาหุ้นบนกระดานวิ่งขึ้นลงหวือหวา

คงปฎิเสธไม่ได้ว่าผู้เข้ามาเล่นหุ้น JAS ในช่วงที่ผ่านมา หลายรายที่เดาเกมส์ออก โชคดี ก็สามารถทำกำไรจากหุ้นตัวนี้ได้ไม่น้อย หรือบางรายกลายเป็น "เศรษฐี" เลยก็มี แต่ก็มีนักลงทุนอีกจำนวนไม่น้อยเช่น กันที่กลายเป็น "ยาจก" ในระยะเวลาไม่ถึงปี !!

ปัจจุบัน JAS มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้นจำนวนมากติดอันดับต้นๆของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อัพเดท ณ วันที่ 5 มี.ค. 62 มีรายย่อยถือหุ้น JAS จำนวนถึง 27,245 ราย

ตำนานบทแรกของชายชื่อ "พิชญ์" เริ่มต้นเมื่อปี 2551 ภายหลังจากก้าวขึ้นมารับตำแหน่งซีอีโอของกลุ่มบริษัทแทนพ่อ "อดิศัย โพธารามิก" อดีตรัฐมนตรีในยุค "ทักษิณ ชินวัตร" เป็นผู้ก่อตั้งจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนลขึ้นมาในปี 2525

แม้ล่าสุด "พิชญ์" จะประกาศลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ JAS เพราะสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งปรับหลังใช้ข้อมูลภายในเอื้อประโยชน์การซื้อขายหุ้น JTS หรือ บมจ.จัสมิน เทเลคอม และกรณีสร้างราคาหุ้น MONO หรือ บมจ.โมโน เทคโนโลยี แต่เชื่อว่าเขายังคงควบคุมอำนาจในการบริหารงานกลุ่มฯเช่นเดิมในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่

มุมมองพื้นฐานหุ้น JAS นับเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีกำไรเติบโตโดดเด่น จากที่เคยขาดทุนกว่า 1,244 ล้านบาทในปี 2552 และด้วยกลยุทธ์การแข่งขันธุรกิจอินเทอร์เน็ต บรอดแบรนด์ 3BB ทำให้พลิกมามีกำไรเติบโตต่อเนื่องก่อนขึ้นไปทำจุดสูงสุดในปี 2558 มีกำไรสุทธิสูงถึง 1.57 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการขายสินทรัพย์เข้าในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) จนส่งผลให้ชื่อ "พิชญ์ โพธารามิก" ก้าวขึ้นติด Top5 เศรษฐีหุ้นไทยในช่วงเวลานั้น

ฉากสำคัญของหุ้น JAS เกิดขึ้นภายหลังเข้าร่วมประมูล 4G พร้อมกับคว้าชัยได้คลื่น 900 MHz ด้วยราคาแพงที่สุดในโลก 75,654 ล้านบาท ก่อนประกาศล้มโต๊ะตัดสินใจทิ้งใบอนุญาต (แบบนี้ก็ได้หรออออ) เพราะติดปัญหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ส่งผลให้หุ้นดิ่งจากแถวๆ 9 บาท มาแตะจุดต่ำสุดแถว 2.70 บาท ในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี

จุดเริ่มต้นประกาศใช้เครื่องมือทางการเงินเข้ามาคุมเกมส์สร้างราคาหุ้นอย่างถูกกฎหมาย เริ่มจากการประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงิน 6 พันล้านบาท ในราคาหุ้นละ 5 บาท แถมยังได้ประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด (Tender Offer) ในราคา 7.25 บาท โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อในวงเงิน 4.25 หมื่นล้านบาท (แบบนี้ก็ได้อีกแล้ววว) แถมยังได้กุนซือการเงินรุ่นเก๋าอย่าง "มา ชาน ลี" หรือ ชาญ บูลกุล เข้ามาเป็นปรึกษาอีกด้วย เรียกความเชื่อมั่นกระตุ้นให้คนแห่ซื้อหุ้น JAS หนาแน่นอีกครั้ง

คราวนี้มาเต็ม! ราคาหุ้นขึ้นไปทำจุดสูงสุด 10.20 บาทช่วงปลายปี 2559 การขึ้นของหุ้น JAS รอบนี้ใช้ระยะเวลาไม่ถึงปีเช่นกัน จากนั้นไม่นานหุ้น JAS ค่อยๆโดนขายออกมาต่อเนื่อง จนมาทำจุดต่ำสุดในรอบนี้แถว 4 บาทต้นๆ ที่มาพร้อมกระแสข่าวลือมากมาย เช่น บริษัทเข้าประมูล 5G หรือกรณีผู้ถือหุ้นจะขายหุ้นทิ้งนำเงินมาใช้หนี้จากการทำ Tender Offer ในช่วงที่ผ่านมา เป็นต้น

แม้ในวันนี้ JAS ยังมีเครื่องมือทางการเงินจากการขายเงินสินทรัพย์เป็นเงินลงทุนเข้าใน JASIF เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อสร้างกำไรพิเศษในแต่ละปี เป็นปัจจัยพื้นฐานเข้ามาสนับสนุนราคาหุ้น แต่การที่เจ้าของบริษัทตั้งตัวเองเป็นเจ้ามือสร้างราคาหุ้น ด้วยเครื่องทางการเงินรูปแบบต่างๆ ผลกำไรที่เกิดขึ้นเติบโตโดดเด่นไม่ได้มาจากผลการดำเนินในธุรกิจอย่างแท้จริง การลงทุนในหุ้น JAS คงเปรียบเสมือนการเดาใจรอให้เจ้ามือใจดีแบ่งกำไรให้รอบใหม่ หวังเศษกำไรเล็กๆน้อยๆจากที่เจ้ามือแบ่งมาให้เท่านั้น

ปัจจุบัน "พิชญ์ โพธารามิก" โดนลงโทษ!! สั่งปรับเป็นเศษตังค์ไปเป็นที่เรียบร้อย คดีใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้น JTS ค่าปรับ 58 ล้านบาท และคดีสร้างราคาหุ้น JAS และ MONO ค่าปรับรวม 160 ล้านบาท แต่ยังคงสถานะเป็นบุคคลร่ำรวยเหมือนเดิม ส่วนรายย่อยที่ยังติดหุ้น JAS ใกล้ตายอยู่นั้นก็ช่างเมิงงงง เปลี่ยนเป็นคราว"รวย" เป็นคราว "ซวย" ก็แล้วกันนะฮะ

สุดท้ายนี้ #เสี่ยวCREW แนะนำให้เม่าไปร้องเรียนกับ ส.ว. เพื่อขอตั้งกองทุนเยียวยาผู้เจ๊งหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นการลงทุนผ่านหน่วยงานที่จัดตั้งโดยรัฐ ถูกต้องตามกฎหมาย ท่าน ส.ว.ทั้งหลายจะได้มีงานที่เหมาะสมทำบ้าง ดีกว่าเอาเวลาไปหาทางตั้งกองทุนเยียวยาแชร์ลูกโซ่เป็นไหนๆ (ว่างจัดรบกวนทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์นะ ตำแหน่งก็ได้มาแบบไม่ค่อยแฟร์ ยังไงช่วยทำงานให้คุ้มเงินเดือนหน่อยฮะ)

174 views0 comments