top of page

โจรเรียกพี่ !!! 15 บจ. ต้องคดีแต่งงบ จับตา STARK รายต่อไป



โจรเรียกพี่ !!! 15 บจ. ต้องคดีแต่งงบ จับตา STARK รายต่อไป #เวลาเลือกหุ้นต้องตั้งใจเวลารักใครต้องรักจริง

แม้ตอนนี้หุ้น STARK ยังไม่ถูกกล่าวโทษจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรื่องการตกแต่งงบการเงิน แต่จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในรอบกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา เชื่อว่าเดี๋ยวโดนแน่ ขึ้นอยู่กับว่าจะโดนตอนไหน และใครเป็นผู้บงการ . อย่างไรก็ตาม STARK ไม่ใช่รายแรก ที่อาจหาญชาญชัยในการปลอมแปลง และปล้นนักลงทุน . รู้หรือไม่ ? ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2556-2566) มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 15 แห่ง ที่ผู้บริหารและทีมงานมากกว่า 30 ราย (จำนวนเยอะเพราะทำเป็นขบวนการ) โดน ก.ล.ต.กล่าวโทษฐานฐานตกแต่งงบการเงิน, ลงข้อความเท็จ, จงใจปกปิดและจัดทำบัญชีไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อผลประโยชน์ที่มิพึงได้ พ่วงด้วยการทุจริตและฉ้อโกงไปอีก . นี่นับเฉพาะคดีที่ถูกกล่าวโทษอย่างเป็นทางการนะครับ เชื่อว่ายังมีที่อยู่ระหว่างสอบสวนและจับไม่ได้อีกโข . สะท้อนว่า งบการเงินที่เปิดเผยเป็นสาธารณะ อาจไม่จริงเสมอไป แม้จะมีผู้สอบบัญชีระดับ BIG4 ตรวจซ้ำให้อีกรอบก็ตาม . #เสี่ยวCREW สอบถามรุ่นใหญ่แวดวงผู้สอบบัญชีได้ใจความว่า การสอบบัญชี คือ ตรวจสอบจากข้อมูลที่บริษัทให้มาเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ไปตรวจลึกถึงปฎิบัติการ ดังนั้นอาจมีหลุดได้ ยิ่งหากเจอผู้บริหารที่เชี่ยวชาญด้านการเงินลงมือทำด้วยตัวเองยิ่งยากจะแงะเจอ . กรณี STARK นี่พาเสียน้องหมากันไปทั้งระบบ ไม่ว่าจะนักลงทุนรายเล็ก รายใหญ่ ผู้สอบบัญชี นักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน ยันหน่วยงานกำกับทั้งหลายแหล่ เพราะก่อนหน้านี้ทรงดี ทำทีเป็น "Growth Stock" ด้วยกำไรโตมหาศาลแบบก้าวกระโดดมาหลายปี . และแล้วความจริงก็เปิดเผย กลายเป็น "เก๊ Stock" ไปซะงั้น แถมยังสร้างความฉิบหาย ปล้นเงินจากตลาดทุน ไปหลายหมื่นล้านบาท ชนิดที่ “โจร” ยังเรียกพี่ . จากข้อมูลที่ผ่านมา หุ้นที่ผู้บริหารและพวกร่วมกันยัดเยียดความบรรลัย เพื่อหาประโยชน์เข้าตัวเองส่วนใหญ่มักจบไม่สวย หลายบริษัทถูกเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกหลายบริษัทยังถูกพักการซื้อขายเพราะแก้ไขงบการเงินที่ผิดเพี้ยนไม่ได้ แม้จะมีบางรายกลับมาเทรดได้ แต่ก็เป็นหุ้นลูกผีลูกคน ล้วนแล้วแต่มีเครื่องหมาย (เชิงลบ) ติดตัวทั้งสิ้น เช่น "C" หรือ "NC" และราคาหุ้นก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบไร้คนเทรดอีกต่อไป . เสียดายหากดูข้อมูลย้อนหลังจาก ก.ล.ต.ได้นานกว่านี้ คงมีอีกหลายสิบบริษัท (ดูได้แค่ 10 ปีเท่านั้น ที่จริงไม่น่าจำกัด ควรเปิดเผยให้หมด ตั้งแต่เริ่มมีตลาดหุ้นไทย) . ดังนั้น นักลงทุนที่ใช้งบการเงินเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจลงทุน ต้องพิจารณาให้รอบคอบไปอีก ต้องสาวประวัติกันยาวๆ ทั้งตัวบริษัทและผู้บริหาร รวมถึงอาจต้องลงลึกไปดูกิจการกันเลยว่า มีการดำเนินงานจริงอย่างที่ตัวเลขบอกหรือไม่ เพราะอย่างที่เห็นขนาดเป็นหุ้นใน SET100 ที่มีนักวิเคราะห์เชียร์ กองทุนซื้อ ยังแหกตากันได้ขนาดนี้เลย

18 views0 comments
bottom of page