“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง”



“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” สุภาษิตแต่ครั้งโบราณกาลที่ไม่เคยเอ้าท์ และดูเหมือนความงามจะยิ่งเป็นที่ต้องการของทุกคนมากขึ้นกว่าเดิมเป็นหลายสิบเท่า

คิ้วไม่มีจัด 6D เอาให้แน่น / หน้าผากโหนกนูน แก้มอิ่มเอิบ เติมไขมันแพบบ / ตาไม่ชัด กรีดสิคะลูกเพื่อความโดดเด่นของใบหน้า / นมไม่มีจัดให้พอดีมือหรือใหญ่กว่าหัวเด็ก 10 ขวบก็เอาที่สบายใจเลย / โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม ต้องมาเป็นระยะเพื่อความอ่อนวัย / จมูกที่ทำมาแล้วมันยังไม่โอก็ต้องแก้ใหม่ และอื่นๆอีกเพียบบบ

แต่ถึงจะโมดิฟายมาเป๊ะขนาดไหน เชื่อไหม!! ปากยังต้องทา ตายังต้องแต่ง คิ้วต้องเขียน ร้องพื้นต้องลง แป้งต้องทา แก้มต้องปัด ผลิตภัณฑ์บำรุงต้องใช้ ลองถามเพื่อนสาวดูเล้ยย มีลิปสติกกี่แท่ง เคยใช้ลิปจนหมดแท่งไหม ทำคิ้วมา 6D ทำไมยังเขียนคิ้ว ออกจากบ้านหน้าสดหนึ่งอาทิตย์โดยไม่แต่งหน้าเลยได้ไหม มั่นใจว่าทิศทางของคำตอบที่ได้มากกว่า 90% คือ ยังต้องแต่งและต้องดูแล

“ไลฟ์สไตล์ของโลกยุคใหม่” กำหนดให้พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง และเป็นเหตุผลที่ไม่มีเหตุผล ให้ผู้คน หลายเพศ หลายวัย หลายระดับ กล้าลงทุน พร้อมจ่าย กับสิ่งเหล่านี้แบบไม่หยุดหย่อน

#อยากสวยต้องแต่งหน้าอยากได้ทุนการศึกษามาหาพี่ #ไม่มีเงินไว้ซื้อใครมีแค่ใจไว้ซื้อเธอ #การลงทุนมีความเสี่ยว



“ดีมานด์จัดว่าเด็ด” จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตลาดความงามของไทยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% ต่อปี ปัจจุบันมีมูลค่ารวม 2.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นจำหน่ายในประเทศ 60% หรือประมาณ 1.68 แสนล้านบาท และตลาดส่งออกที่ทำรายได้ให้ประเทศถึง 40% หรือกว่า 1.12 แสนล้านบาท ส่วนตลาดความงามทั่วโลกมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 9.3 ล้านล้านบาท ไทยครองอันดับที่ 17 ในฐานะผู้ผลิตและส่งออกเครื่องสำอาง และเป็นที่ 1 ในระดับอาเซียน ไม่น่าแปลกใจที่ผู้ประกอบการทั้ง เล็ก กลาง ใหญ่ ไปจนถึงแบรนด์ต่างประเทศ เดินหน้าเข้ามารบกันในตลาดบ้านเราแบบไม่ขาดสาย แม้แต่สายไสยศาสตร์อย่างอาจารย์หนูก็ยังออกลิปสาริกามาแล้ว เค้กก้อนนี้ใหญ่โตและกินได้อีกนาน ที่บอกเยี่ยงนี้ก็เพราะเทรนด์แฟชั่นเปลี่ยนเสมอ ส่วนผสมเปลี่ยนเสมอ นวัตกรรมมาใหม่ตลอด และความต้องการของผู้คนก็พร้อมจะเปลี่ยนตาม ที่สำคัญตลาดยังอยู่ในยุคเริ่มต้น สัดส่วนการใช้เครื่องสำอางของกลุ่มผู้ใช้ในประเทศเราอยู่ที่ประมาณ 50% เปรียบเทียบกับตลาดความงามขนาดใหญ่อย่างเกาหลีมีกลุ่มผู้ใช้อยู่ที่ประมาณ 85% แถมบิลลิ่งต่อคนก็ยังอยู่ในระดับไม่สูง โอกาสที่จะใช้ผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติมยังมีอีกมาก

#อยากสวยต้องแต่งหน้าอยากได้ทุนการศึกษามาหาพี่ #ไม่มีเงินไว้ซื้อใครมีแค่ใจไว้ซื้อเธอ #การลงทุนมีความเสี่ยว



“ตลาดความงามไม่เคยหลับ” จะให้หลับได้อย่างไรเมื่อทุกเวลาต้องดูดี ยิ่ง Social Media เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ใครจะยอม”หน้าเมือก”ออกสื่อใครจะยอมให้ตัวเองดูไม่ดี ตัวอย่างใกล้ตัวหาดูได้จาก FB และIG ทุกกิจกรรมในชีวิตผู้คนปัจจุบัน เช่น ออกกำลังกาย วิ่ง ปั่นจักรยาน ฟิตเนส เที่ยวทะเล ปีนภูเขา แฮงค์เอาท์ มาส่งเข้านอนฝันดีนะทุกคนจุฟ จุฟ ไปจนกระทั่งไลฟ์สดขายของ ไลฟ์สดรายงานการใช้ชีวิตประจำวัน “หน้าเป๊ะ” ทุกสถานการณ์ ซึ่งนอกจากความจำเป็นในการใช้เครื่องสำอางกลุ่มเมคอัพแล้ว เบื้องหลังก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มล้างเครื่องสำอาง ล้างเสร็จก็ต้องให้อาหารผิว บำรุงหน้า ลดริ้วรอย ให้อาหารผม บำรุงผม อีกมากมายบานตะไท

ส่วนกลุ่มเป้าหมายไม่ต้องพูดถึง มีทุกเพศ ทุกระดับ ทุกวัย ทุกความต้องการ อยากขายวัยรุ่นก็มุ้งมิ้งราคาเบา อยากขายสก๊อยเน้นหน้าขาวทนทาน อยากขายสาวเปรี้ยวโทนแซ่บน่าค้นหา อยากขายสายธรรมมะเน้นเฉดสีมงคล อยากขายแม่บ้านโชว์ฟังก์ชั่นผัวรักผัวหลง อยากขายสาวมีอายุให้ช่วยลดริ้วรอย อยากขายตุ๊ดเด็กต้องแต่งแล้วทำให้ผมเกรียนดูซอฟท์ โอยยยยย เพียบๆเล่าทั้งวันก็ยังไม่หมด

#อยากสวยต้องแต่งหน้าอยากได้ทุนการศึกษามาหาพี่ #ไม่มีเงินไว้ซื้อใครมีแค่ใจไว้ซื้อเธอ #การลงทุนมีความเสี่ยว



“ออนไลน์มาแรง” เดี๋ยวนี้จะซื้ออะไรคนหารีวิวกันทั้งนั้น ทุกวันนี้จะกินก๋วยเตี๋ยวยังต้องเสิร์ชหาว่าร้านโอเคไหม อยากขายของก็ต้องคุยกับคนซื้อช่องทางนี้แหล่ะโดนสุด ไม่แปลกที่วันนี้แบรนด์เครื่องสำอางใหญ่ๆยังต้องมาคุยกับลูกค้าในนี้กันหมด ทำตัวสวยๆดูแพงรอให้คนวิ่งมาหาอย่างเดิมไม่ได้อีกแล้ว โฆษณาโครมๆก็ไม่ได้นะ ต้องค่อยๆเล่า ค่อยๆซึม ข้อมูลต้องมีประโยชน์ ยัดเยียด ฮาร์ดเซลมากไปก็ไม่งาม ต้องหาตัวแทนมาบอกเล่าเรื่องราว ให้มันดูมีอะไรอยู่ตลอดเวลา ตามหากันไปเนตไอด้อนน และ Micro Influencer ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อมาช่วยกันสร้าง-รักษากระแสของแบรนด์ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเกิดเป็นยอดขายในที่สุด ตรงนี้แหล่ะจุดพีค แบรนด์ใหญ่อาจไม่มีปัญหามากนักเนื่องด้วยทรัพยากรที่ได้เปรียบ แต่สำหรับรายกลาง รายย่อย สิ่งนี้อาจเป็นเครื่องชี้วัดว่ามันเป็นจุดเริ่มหรือจุดจบได้เลยทีเดียว เพราะการตลาดไม่ว่าช่องทางไหนมีต้นทุนทั้งนั้น ยิ่งออนไลน์มันไม่ถูกหรือฟรีอย่างที่เข้าใจกันเด้อ ที่สำคัญมันไม่มีสูตรสำเร็จ จะจบแล้วสรุปเลยล่ะกัน ธุรกิจด้านความงามยังโดดเด่นและจับต้องได้มากกว่านโยบายไทยแลนด์ 4.0 และโตได้อีกเยอะ / ตลาดที่มีโอกาสสูงการแข่งขันมันก็สูงตามมาเสมอ / อยากขายของอย่ากลัว แต่ห้ามคิดอะไรง่ายๆวางแผนให้ดีและรัดกุมทุกระบบ / การตลาดออนไลน์มีบทบาทสำคัญ / ธุรกิจความงามยังไม่อิ่มตัวในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

#อยากสวยต้องแต่งหน้าอยากได้ทุนการศึกษามาหาพี่ #ไม่มีเงินไว้ซื้อใครมีแค่ใจไว้ซื้อเธอ #การลงทุนมีความเสี่ยว

0 views0 comments