AOT ในตลาดหุ้นกับในชีวิตจริง


AOT ในตลาดหุ้นกับในชีวิตจริง #อยากเดินทางต้องไปสนามบินอยากได้รักจริงต้องไปบอกใคร

“AOT” หรือ บมจ.ท่าอากาศยานไทย จัดว่าเป็น“หุ้นขวัญใจมหาชน”ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งหลังแตกพาร์จาก 10 บาทมาเหลือ 1 บาท เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ทำให้นักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจทั้งเล่นรอบเก็งกำไร หรือลงทุนระยะยาวเป็นจำนวนมาก ไม่เชื่อดูจากจำนวนนักลงทุนรายย่อยที่ถือครองหุ้น AOT มีจำนวนกว่า 75,500 ราย มากเป็นอันดับต้นๆเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากจะเป็นขวัญใจรายย่อยแล้ว AOT ยังจัดเป็นหนึ่งใน “หุ้นซุปตาร์” ของฝั่งโบรกเกอร์ด้วยเช่นกัน ยิ่งเข้าช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวแทบทุกสำนักมองแล้วยังไงก็หล่อ (ถ้าเป็นดาราคงหล่อตลอดกาลไม่แพ้พี่ก้อง สหรัถ) เสียงส่วนใหญ่บอกคล้ายกันว่าน่าลงทุน ราคาเป้าหมายอยู่ระหว่าง 74-84 บาท (ถ้าอิงตามข้อมูลของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ได้รวบรวมมูลค่าพื้นฐาน AOT มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 80 บาท/หุ้น ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดใหม่)

ย้อนอดีตไป 10 ปี (2552) ราคาหุ้น AOT เคยอยู่ที่ 1.50 บาท/หุ้น (ก่อนแตกพาร์ 15 บาท/หุ้น) ก่อนจะเข้าสู่ขาขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ เท่ากับหุ้น AOT ขึ้นมาแล้ว 4,883% ในช่วง 10 ปี ติดอันดับหุ้น "Growth Stock" ให้ผลตอบแทนแบบจัดหนักกับนักลงทุน AOT มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) ณ 30 ก.ย. 62 อยู่ที่ 1.067 ล้านล้านบาท!! (อ้างอิงราคาปิดที่ 74.75 บาท/หุ้น) สูงเป็นอันดับ 2 รองจาก บมจ.ปตท. (PTT) เท่านั้น (รู้งี้ #เสี่ยวCREW จะถือไว้ล้านหุ้น ปัดโถ่วว!!)

ราคาหุ้น AOT ทะยานทะลุรันเวย์มาอย่างต่อเนื่อง เหตุผลหลักมาจากผลประกอบการเติบโตโดดเด่นมาตลอดหลายปี เพราะบริหารจัดการท่าอากาศยานในประเทศถือเป็นธุรกิจผูกขาดไม่มีการแข่งขันกับรายอื่น ขณะที่ประเทศไทยมีจุดเด่นคืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหลัก ทำให้ AOT มีรายได้เข้ามาจากการบริหารสนามบิน 6 แห่ง ประกอบด้วย สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต, หาดใหญ่ รวมถึงส่วนแบ่งจากร้านค้าปลอดอากรอีกด้วย ย้อนมาดูผลประกอบการ AOT กันบ้าง ปี 2552/53 รายได้ 24,033 ล้านบาท กำไร 2,039 ล้านบาท และมาในปี 2560/61 รายได้ 62,135 ล้านบาท กำไร 25,170 ล้านบาท งวดล่าสุดไตรมาส 3 ปี 61/62 (30 มิ.ย.62) รายได้ 48,920 ล้านบาท กำไร 19,905 ล้านบาท

ในช่วงที่เหลือของปีนี้ นักวิเคราะห์ยังมีมุมมองเป็นบวกกับหุ้น AOT ปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณนักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ตามข้อมูลจาก AOT ระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในเดือนส.ค.62 เพิ่มขึ้น 17.3% เทียบกับเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 4.3% และในเดือนมิ.ย. ติดลบ 7.4% สอดคล้องกับข้อมูลของสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวรายงานนักท่องเที่ยวจีนในเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 18.1% เทียบกับเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นเพียง 1.5% นอกจากนี้ถ้ารัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าในไทยมากขึ้น ยิ่งเป็นผลบวกกับผลประกอบการ AOT ในระยะถัดไป เพิ่มเสน่ห์ให้หุ้น AOT ช่วงหลังจากนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกระลอก

ปัจจุบัน AOT มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือกระทรวงการคลัง ถือครองหุ้นทั้งหมด 10,000 ล้านหุ้นคิดเป็นสัดส่วน 70% จำนวนหุ้นชำระแล้ว โดยในงวดปี 2560/61 กระทรวงการคลังได้รับปันผลเป็นเงินสดประมาณ 10,500 ล้านบาท และถ้าคิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ฯอ้างอิงราคาหุ้น 74.75 บาท/หุ้น นั้นเท่ากับกระทรวงการคลังมีหุ้น AOT ในพอร์ตสูงถึง 747,500 ล้านบาท !!

ภาพตัดมาที่ชีวิตจริงนอกกระดานเทรด รีวิวจากผู้ใช้บริการท่าอาศยานภายใต้การบริหารของ AOT ประสบการณ์ยอดฮิตอันดับต้นๆของหลายท่าน ได้แก่ ดีเลย์เก่ง!! บางไฟล์ทซัดไป 2-3 ชั่วโมง บรรยากาศในสนามบินหลายแห่งแน่นขนัด สิ่งอำนวยความสะดวกเริ่มไม่เพียงพอต่อการให้บริการ

ต่อด้วยภาพงานก่อสร้างต่อเติมอาคารที่ไม่เสร็จเสียที (สร้างไปใช้ไปก็ยากหน่อย) อีผู้โดยสารก็แออัดกันไป รอเครื่องกันไป ซึ่งโดยมากแล้วงานก่อสร้างเหล่านี้ มักเกิดขึ้นหลังจากสนามบินใกล้จะแตก คนล้นแล้วล้นอีก ค่อยเริ่มสร้าง เริ่มทำ เริ่มขยาย แทบจะเรียกได้ว่า ไม่เคยเห็นการขยายล่วงหน้า เพื่อรองรับประมาณการผู้โดยสารและเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตเลยแม้แต่ครั้งเดียวในประเทศไทย (อยากเป็นฮับการบิน ฮับขนส่ง ฮับท่องเที่ยวนะ แต่ทำไมทำตัวงี้) งง ใน งง ต่ออีกนิดที่สนามบินสุวรรณ เครื่องลง จอดเข้างวง ประตูเปิด เอ้าขึ้นรถวนไปจ้าาา เสร็จแล้วรอกระเป๋าต่อจนอาฉีเติบโตขึ้นในหมู่นักเลง ตอนขึ้นจากท่านี้ก็สนุกเพราะบางครั้งได้นั่งบัสไปไกลเกือบถึงชลบุรี หลายท่านแอบนึกในใจว่า คงเทคออฟจากมอเตอร์เวผ่านด่านติ๊ดเอ็มพาสแล้วมุ่งหน้าสู่จุดหมาย เป็นความร่วมมือเพื่อระบายการจราจรทางอากาศระหว่าง AOT กับ กรมทางหลวง

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ไปหาข้อมูลมาหมดแล้ว ผู้ใช้จริงยังต้องอดทนกันต่อไป เพราะทุกอย่างอยู่ระหว่างดำเนินการ บางอย่างก็ยังไม่ดำเนินการต้องรอนุมัติจากกระทรวงคมนาคมบ้าง สภาพัฒน์ฯบ้าง

1. สนามบินภูเก็ต อยู่ระหว่างก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ รองรับ ผู้โดยสารได้รวม 10.5 ล้านคน คาดว่าแล้วเสร็จปี 65

2. โครงการรันเวย์ที่ 3 สนามบินสุวรรณภูมิคาดเปิดใช้งานปี 64

3. อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 สนามบินสุวรรณภูมิ ล่าช้ากว่าแผนมาก เพราะมีการปรับปรุงแบบ เพิ่มระบบขนส่ง APM สานพานลำเลียงกระเป๋าเชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสารหลังเดิม รวมทั้งส่วนต่อขยายด้านตะวันตก (ข้อ 2 และ 3 รอการ พิจารณาจากสภาพัฒน์) คาดเปิดใช้งานปี 65

4. โครงการพัฒนาสนามบินดอนเมือง เฟส 3 เงินลงทุน 2 หมื่นล้านบาท รอกระทรวงคมนาคมพิจารณา คาดว่าแล้วเสร็จปี 66

5. ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 สนามบินดอนเมือง รองรับผู้โดยสารภายในประเทศ คาดว่าแล้วเสร็จปี 67

6. สนามบินเชียงใหม่ แห่งที่ 2 (ตั้งอยู่ จ.ลำพูน) / สนามบินภูเก็ต แห่งที่ 2 (ตั้งอยู่ จ.พังงา) อยู่ระหว่าง การพิจารณาของกระทรวงคมนาคม คาดว่าสนามบินใหม่ทั้ง 2 แห่ง จะเปิดใช้บริการในปี 68

สรุป: สนามบินนานาชาติหลายแห่งบนโลกเป็นแบบอย่างที่โอเค มีการวางแผนและขยายล่วงหน้ารองรับปริมาณการจราจรทางอากาศ สร้างโอกาสในการค้า การแข่งขันของประเทศ แต่จริงๆมีวิธีหนึ่งแก้ปัญหาได้ง่ายและรวดเร็วกว่า AOT / กระทรวงคมนาคม / สภาพัฒน์ฯ ต้องเสิร์ช Google ครับ มิติใหม่แห่งโลกดิจิตอลที่นักบริหารขาดไม่ได้

ข้อมูลจาก: SETTRADE.COM / สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน / บล.เอเชีย เวลท์



0 views0 comments