BEAUTY ขยี้ใจ



BEAUTY ขยี้ใจ #เล่นหุ้นเขาบอกให้รอบครอบแต่คิดถึงตลอดบอกเธอได้ไหม #หุ้นในตำนาน #อ่านให้จบ

จาก “น้องสวย” ที่ใครๆก็หลงรัก วันนี้หลายคนที่เคยรักกลับชัง ไม่แม้แต่จะชายตามอง และยังตั้งฉายาใหม่ให้ บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ว่า “สวยสังหาร” กาลครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานนัก “BEAUTY” เคยเป็นหนึ่งในหุ้น "ซูเปอร์สตาร์" ติดโผ "Growth Stock" ที่นักลงทุนฝากความหวังต่อการเติบโตกำไรแบบก้าวกระโดด สร้างผลตอบแทนเกือบ 3,000% ให้กับนักลงทุนในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี นับตั้งแต่ BEAUTY เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อ ธ.ค.55 ด้วยราคา IPO 0.80 บาท (คำนวณจากพาร์ใหม่ 0.10 บาท) ก่อนพุ่งทะยานแตะจุดสูงสุดที่ 23.70 บาทเมื่อวันที่ 30 เม.ย.61 - สาเหตุที่ราคาหุ้น BEAUTY พุ่งทะยานแบบเริ่ดๆ เชิดๆ มีปัจจัยประกอบหลายสิ่ง ทั้งความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ความนิยมที่มีต่อผลิตภัณฑ์ ความสามารถทำกำไรที่โดดเด่น ผลประกอบการสุดสวย กำไรสุทธิเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องหลายปี ไม่เชื่อดู!!! ปี 55 รายได้รวม 777.65 ล้านบาท กำไรสุทธิ 173.70 ล้านบาท ปี 56 รายได้รวม 1,002.66 ล้านบาท กำไรสุทธิ 211.41 ล้านบาท ปี 57 รายได้รวม 1,385.27 ล้านบาท กำไรสุทธิ 301.16 ล้านบาท ปี 58 รายได้รวม 1,792.03 ล้านบาท กำไรสุทธิ 402.49 ล้านบาท ปี 59 รายได้รวม 2,558.84 ล้านบาท กำไรสุทธิ 904.55 ล้านบาท ปี 60 รายได้รวม 3,735.37 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,229.32 ล้านบาท หากคุณยังจำบรรยากาศเหล่านั้นได้!! “คนมันสวยอ่ะทำไรก็ดูดีไปหมด” คือแบบ..ใครๆก็เชียร์ ใครๆก็รัก อวยไม่ลืมหูลืมตากันเลยอ่ะแกรรร ดังนั้นไม่แปลกใจที่ราคาหุ้นจะปังปุริเย่ สุดฤทธิ์สุดเดช - ความสวยเริ่มส่งสัญญาณร่วงโรย หย่อนคล้อยในปี 61 BEAUTY เริ่มมีรายได้ลดลงอยู่ที่ 3,501.24 ล้านบาท กำไรสุทธิ 991.59 ล้านบาท / ปี 62 รายได้อยู่ที่ 2,020.77 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลงอยู่ที่ 232.58 ล้านบาท และล่าสุดโควิด-19 เล่นงานคนสวยหนักมาก 6 เดือนแรกปี 63 รายได้ลดลงอยู่ที่ 399.25 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ -101.04 ล้านบาท เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ส่วนราคาหุ้นไม่ต้องพูดถึงเลยจ้าาา วิกฤตหนักยิ่งกว่าผลประกอบการ เมื่อความสวยเริ่มไม่เข้าตาราคาจึงไหลลงต่อเนื่องจนแตะจุดต่ำสุดที่ 1.09 บาทเมื่อ 24 มี.ค.63 (สวดยอด ขยี้ใจรายย่อยหนักมากก) ส่วนคนเชียร์ทั้งหลายที่เคยรักกันมากกก ต่างพากันช่วยย่ำยี ช่วยกันถล่มมาตลอดทาง จนคนสวยตั้งรับแทบไม่ทัน หากคุณยังจำบรรยากาศเหล่านั้นได้!! อาการลือเก่งเกิดขึ้นกับ BEAUTY อย่างหนักหน่วงและไม่ว่างเว้น อาทิ การเปิดบริษัทที่จีนสร้างออร์เดอร์ปลอม เจ้าของกำลังจะตาย เจ้าของทิ้งบริษัท เจ้าของเชือดรายย่อยเพื่อซื้อตอนถูก ฯลฯ อย่างมันส์บอกเลย - "วิกฤติศรัทธา" ต่อกลุ่มผู้หุ้นใหญ่ “ตระกูลไกรภูเบศ” เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ปฏิเสธไม่ได้ ว่า ทำให้ BEAUTY อาการหนักผิดปกติ โดยในช่วงที่ราคาหุ้นขึ้นไปพีคๆ กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่มีการขายหุ้นให้นักลงทุนสถาบันหลายราย หลายรอบ จนทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มตระกูลไกรภูเบศลดลงมาเหลือต่ำกว่า 25% ตามหลักแล้วหากปริมาณหุ้นที่กระจายสู่มือนักลงทุนในกระดานมีมากเกินไป ก็ยิ่งสร้างแรงเหวี่ยงสูงให้กับการขึ้นลงของราคาหุ้น และอาจเป็นอีกสาเหตุที่กดราคาหุ้นให้ลดลงมาอย่างรวดเร็ว ผสมผสานกับแรงซ้ำเติมของกลุ่มธุรกรรม "BLOCK TRADE" ทำให้มีแรงขายจำนวนมากในช่วงสั้นๆผิดเพี้ยนไปจากกลไกการขึ้นลงของราคาที่แท้จริง... - ชีวิตจริงตอนนี้ของ BEAUTY ผลประกอบการครึ่งปีแรกก็ขาดทุนตามที่บอกไปฮะ ไตรมาส 3 ก็คาดว่าน่าจะยังขาดทุนแต่ลดลง เพราะการปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่เพื่อลดค่าใช้จ่าย / ร้านค้าภายในประเทศกลับมาขายได้ตามปกติ (แต่ยอดก็ยังไม่ดีดังเดิม กำลังซื้อหาย นักท่องเที่ยวหาย) / E-Commerce & Online มียอดขายพุ่งสูงขึ้น (แต่ยังเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับรายได้รวม) / ออร์เดอร์จากจีนและประเทศเพื่อนบ้านทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง เริ่มมีเข้ามามากขึ้น ไตรมาส 4 คาดว่าน่าจะเริ่มกลับมามีกำไรอีกครั้ง แต่นั่นหมายความว่าเมื่อรวมทั้งปีผลประกอบการของ BEAUTY จะออกมาเป็นขาดทุนสุทธิ กำไรจริงจังคงได้เห็นกันอีกทีในปี 64 นู่นนน (แต่คงไม่มากเท่าเดิมหรอกนะ) คงต้องติดตามฝีมือการบริหารของ "หมอสุวิน ไกรภูเบศ" หลังจากนี้กันต่อไปฮะ เฮ้ยๆ เดี๋ยวๆ “หมอสุวิน” นี่คือ CEO คนเดิม เจ้าของคนเดิม ที่ลือกันร้อยแปดพันอย่างใช่ไหม ? สรุปว่า!! ยังไม่ตายยย ยังบริหารอยู่ ยังแก้ปัญหาอยู่ และถือหุ้นในสัดส่วนเท่าเดิม ไม่มีการซื้อหุ้นเพิ่มเนาะ เอ๊ะ!!...แล้วพวก ที่รุมด่า ที่ลือกันไปยกใหญ่ นี่ยังไงงงกันอ่ะแกรร? ก็ไม่รู้สินะงานนี้ #เสี่ยวCREW คงรอดูแค่ “หมอสุวิน” จะสามารถพา BEAUTY ที่มีรายย่อยถือหุ้นกว่า 38,000 รายกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งหรือไม่ ?

ส่วนหุ้น BEAUTY ที่วิ่งโหดเหมือนโกรธหมี มาสองวันติดนั้นก็อารมณ์ล้วนๆ ก็เป็นเรื่องเพ้อกันไปเอง สายซิ่งก็แห่ตาม ไม่ต่างจากหุ้นท่องเที่ยว หุ้นสนามบิน ที่วิ่งบ้าบอทั้งที่อาการร่อแร่ ปัจจัยผลักดันมีเพียง “ความมโน” นั่นแหล่ะ เกมส์จบก็ชิ่งให้ทันล่ะกันฮะ ติดรอบนี้ก็ไม่ต้องไปด่าใครนอกจากตัวเอง

8 views0 comments