Growth ของธุรกิจลูกจ้าง



ทำให้ตายก็ไม่เห็นมีไรดี / เงินเดือนขึ้นแค่นี้อย่าขึ้นเลยดีกว่า / ดีแต่สั่งไม่เห็นแม่งจะทำอะไรเอง / อะไรก็ด่วนไปหมด / เบื่อชิปหายอยากลาออกให้จบๆ ...... ถ้าให้เขียนความในใจเชิงลบเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่ ผ่านบทความนี้ มันคงยืดยาวจนเนื้อที่ไม่พอ

เชื่อว่าตอนนี้หลายคนก็คงเบื่องานอยู่ เบื่อความลูกจ้าง เบื่อความขี้ข้า เบื่อความงานประจำ เบื่อความเพื่อนร่วมงานตอแหล เห็นแก่ตัว เบื่อความมนุษย์ป้าที่อายุงานมากแต่เกะกะ ฯลฯ สุดท้ายแล้วก็อาจจะอยากลาออกมาทำอะไรของตัวเอง เป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ เกร๋ๆ มีสไตล์ ทำอะไรที่ตัวเองชอบ

ชาวคณะการลงทุนมีความเสี่ยวจะไม่ยุ่งกับจินตนาการสวยหรูเหล่านั้นของท่าน เพราะเราเห็นมันเจ๊งมาเยอะ แต่เราอยากแนะนำหนึ่งธุรกิจให้ท่านรู้จักเพื่อประกอบการตัดสินใจขณะที่อยู่ในโมเมนต์เบื่องาน ธุรกิจนี้เรียกว่า “ธุรกิจลูกจ้าง” อ้าว..มันก็เหมือนเดิมดิ ใช่ครับแม่งเหมือนเดิม เราแค่อยากชวนคุณลูกจ้างลองคิดแบบเป็นเจ้าของธุรกิจดูบ้าง ไปกันเลย


#ต้นทุนต่ำ อาจพูดได้ว่าเป็นธุรกิจที่ไม่มีต้นทุน เนื่องจากบริษัทจะเป็นคนจ่ายค่าจ้าง สมทบด้านสวัสดิการ จ่ายเงินพิเศษ ท่องเที่ยวประจำปี ให้คุณทั้งหมด ซึ่งเมื่อคิดตามหลักการดำเนินงานแล้ว คือ ไม่ต้องหาทุนมาเพื่อเริ่มธุรกิจ ไม่ต้องเสี่ยง ไม่ต้องแบกภาระใดๆ ไม่ต้องปวดหัวกับค่าเงินบาท ต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ ค่าการตลาด ค่าเช่า เงินเดือนลูกน้อง ลูกค้าต่อราคา ภาวะการแข่งขัน ฯลฯ ดังนั้นเมื่อธุรกิจลูกจ้างที่ทำอยู่มีรายได้ (เงินเดือน) เข้ามาต่อเดือน สามารถบุ๊คเป็นกำไรได้ทันที

อย่างไรก็ตามธุรกิจลูกจ้างชีวิตก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หน้าที่สำคัญ คือ ต้องเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ใช้สมอง วิธีคิด ความพยายาม เวลา ประสบการณ์ การปรับตัว ความอดทน การบริหารจัดการงานในหน้าที่ เป็นต้นทุนในการทำงาน ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะรีดประสิทธิภาพการทำงานของตัวเองได้ออกมาดีแค่ไหน และสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งอีกหนึ่งประการ คือ ต้องรู้จักบริหารจัดการเงินเดือนของตัวเองให้เป็น (บริหารจัดการเงินเดือนว่ากันตอนอื่นนะ)


#มีโอกาสโตต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถโตได้ตลอดเวลาหากทำได้ดี มีผลงาน (ในองค์กรที่โอเค) ทั้งในแง่ของตำแหน่ง ผลตอบแทน โบนัส สวัสดิการ แต่การจะได้มาในสิ่งดังกล่าวมันไม่ได้เร็วและง่าย ควรจะต้องเข้าเงื่อนไขการเป็นบุคลากรคุณภาพตามข้อหนึ่ง ซึ่งองค์กรแต่ละแห่งก็มีมาตรฐานของ KPI ต่างกันไป เราแนะนำให้มอง KPI เป็นเพียงส่วนหนึ่ง อย่าลืมใช้ความคิดสร้างสรรค์ หาความท้าทาย ตั้งเป้าที่สูงกว่าเดิมให้ตัวเองเสมอ เพื่อให้งานที่รับผิดชอบอยู่มันออกมาโคตรคูล!!กว่าเดิม

แม้จะไม่ได้เงินเดือนเพิ่มตามที่หวังไว้ ก็อย่าลืมว่า “ความเจ๋ง” มันติดตัวไปทุกที่ ไอ้สิ่งเหล่านี้ถือเป็นกำไรได้เช่นกัน พีคกว่านั้นคือการทดลองสิ่งใหม่ๆตามเป้าของตัวเองที่ว่าไปนั้น เราใช้ต้นทุนของบริษัทในการทดลองทำมันอยู่ดี สรุปคือได้ทั้งขึ้นทั้งล่องถ้าทำสำเร็จ

อย่างไรก็ตามหากปัจจุบันยังเป็นบุคลากรประเภท “กูเฟอร์เฟค” เอาแต่โทษลมฟ้าที่ไม่ก้าวหน้า ด่าแต่บริษัทที่ให้เงินเดือนน้อย ทุกอย่างผิดเพราะปัจจัยอื่นไม่ใช่ตัวเอง ก็เลือกเอาแล้วกัน จะเปลี่ยนตัวเอง หรือ จะไปให้พ้น แต่มั่นใจมากว่าคนประเภทหลังนี้ไปไหนก็มีปัญหาอีกและไม่เจริญอีกอย่างแน่นอน

#เพิ่มมาร์จิ้น การเป็นเจ้าของธุรกิจลูกจ้างไม่จำเป็นต้องมีรายได้ทางเดียวเสมอไป เงินเดือนสามารถแบ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และบางส่วนสามารถนำไปใช้เป็นต้นทุนสำหรับธุรกิจใหม่ ที่ไม่รบกวนเวลาการทำงานประจำ สมัยนี้มีเพียบมากๆไปเลือกเอาได้เลย แต่อยากแนะนำให้ทำในธุรกิจที่มีความชอบ มีความถนัดเป็นพิเศษสักนิด จะได้มีแรงจูงใจในการทำ ยกตัวอย่างง่ายๆ

ชอบเล่นหุ้น อาชีพเสริมก็เป็นนักลงทุนพอร์ทเล็กๆไปก่อน หวังผลเป็นเงินสำหรับท่องเที่ยวหรือซื้อของขวัญให้ตัวเองเพื่อไม่รบกวนค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น (อดีตผบ.ตร.ยังเป็นนักลงทุนไซด์ไลน์เลย อิอิ) / ชอบรถซิ่ง แต่ยังไม่มีรถไว้ซิ่งก็เอารถใช้งานไปขับ Grab ทยอยสะสมไว้ซื้อลัมโบฯสักคัน / ชอบแฟชั่น ขายมือสองไปก่อนเหมากองต้นทุน 10-30 บาท/ตัว ขาย 70 บาทรวมส่งกำไรเน้นๆ / ชอบงานอาร์ท รับวาดภาพการ์ตูนให้คน สัตว์ สิ่งของ ซื้ออุปกรณ์ทีเดียวทำได้เป็นร้อยภาพ ราคาว่ากันตามไซส์ตามฝีมือ ฯลฯ

คิดไวๆก็ได้ประมาณนี้ ซึ่งในความเป็นจริงมันมีอีกเพียบมาก งานเสริมเหล่านี้นอกจากช่วยเพิ่มมาร์จิ้นให้ชีวิตแล้ว ยังเป็นการเติมสิ่งที่เรียกว่า Passion ได้ค่อนข้างดีในกรณีที่งานประจำไม่ตรงสายกับสิ่งที่ชอบ ทำไปทำมาธุรกิจเสริมอาจกลายเป็นธุรกิจหลักก็ได้ใครจะรู้


#สรุป: การเป็นลูกจ้างไม่ได้เฮงซวยอะไรสักนิด เพราะงานทุกงานล้วนมีอุปสรรค์เยอะแยะ รบกวนอย่ามองมันเป็นปัญหา ให้มองเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ เสร็จแล้วก็ลงมือตั้งใจทำงานให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อสร้าง Growth ให้กับธุรกิจลูกจ้าง อ่อ แล้วไม่ต้องคิดไปทำธุรกิจอะไรเองเลย ถ้าขนาดเป็นลูกจ้างอยู่ยังบริหารจัดการตัวเองไม่ได้ รักนะจุฟๆ

0 views0 comments