Libra นำโลกสู่มิติใหม่หรือหายนะ



Libra นำโลกสู่มิติใหม่หรือหายนะ

โดย ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTBST

ลิบร้า (Libra) ที่สร้างขึ้นโดย facebook เป็นสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี อีกรูปแบบ คือ Stable Coin ที่จะคงราคาของมันไว้อย่างคงที่ตลอดเวลา Libra จะใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการทางออนไลน์ จุดประสงค์สำคัญของการสร้างและออกใช้ Libra คือ การเป็นสกุลเงินทางเลือก (Alternative Currency ) เพื่อทดแทนสกุลเงินดั้งเดิมอย่าง ดอลลาร์สหรัฐฯ ยูโร ซึ่ง Libra จะมีการหนุนด้วยการลงทุนของเงินสำรอง (Reserve) ในสินทรัพย์ต่างๆ

แตกต่างจากคริปโทเคอร์เรนซีอื่น เช่น บิทคอยน์ ที่ไม่มีเงินสำรอง หาก facebook ไม่นำ Libra เข้าสู่ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินเพื่อซื้อขายเก็งกำไรได้แบบบิทคอยน์ มูลค่าเงิน Libra จะมีความผันผวนต่ำ แต่หาก facebook ให้ซื้อขายทำกำไร จะทำให้มูลค่าเงิน Libra ผันผวนตามตลาด เช่นเดียวกับบิทคอยน์

Libra เขย่าสกุลเงินทั่วโลก ?

KTBST วิเคราะห์ว่า จุดประสงค์ของ Libra ในการเป็นสกุลเงินของโลก เหมือน ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร หยวน ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ที่เป็นเงินสกุลหลักของโลกต้องมีเงินสำรองที่สูงมาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสกุลเงิน ดังนั้นหาก Libra จะออกแบบให้รองรับการใช้ของคนจำนวนมาก จำเป็นต้องมีทุนสำรองสูงมากเช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับของเอกชน อีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาการยอมรับในวงกว้าง เพื่อเป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าบริการ ตลอดจนต้องสามารถใช้ชำระหนี้ได้จริงตามกฎหมาย ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับภาครัฐของแต่ละประเทศด้วย

ในมุมมองของ KTBST สหรัฐฯในฐานะเจ้าของสกุลเงินหลัก และ facebook เป็นบริษัทในสหรัฐฯ น่าจะต้องออกกฎหมายเพื่อรองรับการใช้สกุลเงิน Libra และควบคุมดูแล โดยเฉพาะประเด็นการใช้เงิน Libra ในการฟอกเงิน หรือการใช้จ่ายในธุรกิจที่ผิดกฎหมาย รวมไปถึงที่ต้องติดตามดู คือ ระบบการชำระราคา (Settlement System) ของหน่วยงานกลาง (Clearing house) ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางเรื่องการแลกเปลี่ยนระหว่างเงินจริงกับ Libra อีกด้วย

ผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจโลก ?

เบื้องต้นมองว่าเป็นไปได้ 3 ทาง คือ ประการแรก หากมีการใช้ Libra อย่างแพร่หลายแต่เกิดผลกระทบในทางลบ เช่น ค่าเงินไม่มีเสถียรภาพ การใช้เพื่อซื้อขายสินค้ามีปัญหา หรือ มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล จะทำให้ระบบการเงินโลกได้รับความเสียหายตามไปด้วย

ประการที่สอง หากเป็นผลดีจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาดเงินรูปแบบใหม่ในโลก และทำให้ Globalization ของการซื้อสินค้าโลกมีความสะดวกสบายมากขึ้น เพราะลดการทำธุรกรรมตรงกับธนาคาร และเมื่อเป็นเช่นนั้นต้องดูต่อในประการที่สาม ว่า ประเทศใดบ้างที่มีการพัฒนาแพลตฟอร์มและพร้อมใช้เงินดิจิทัล เช่น Libra ในระบบเศรษฐกิจ-การเงินของประเทศ

สำหรับ KTBST ในฐานะสถาบันการเงิน มีการศึกษา ติดตามเกี่ยวกับเงินดิจิทัล และเทคโนโลยีทางการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการการให้กับลูกค้าของบริษัท ทั้งนี้ สำหรับนักลงทุนที่สนใจเงิน Libra หรือเงินดิจิทัล อื่นๆ ขอแนะนำนักลงทุน ให้ศึกษาข้อมูลต่างๆอย่างละเอียด พร้อมกับทดลองใช้งานเงินดิจิทัล เพื่อให้สามารถเข้าใจถึงรูปแบบการใช้เงินดิจิทัลด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตุที่ซ่อนอยู่ในความหมายของชื่อสกุลเงินนี้หรือไม่ เพราะ Libra มีความหมายว่า ตาชั่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราศีตุลย์ และแสดงถึงความยุติธรรมและความเท่าเทียมกัน ส่วนที่เก็บเงิน (Digital Wallet) เพื่อรองรับการใช้จ่ายเงินสกุล Libra ที่ชื่อว่า Calibra ซึ่งมาจากคำว่า Calibrate หมายถึง การเปรียบเทียบค่าที่ได้จากเครื่องมือกับค่ามาตรฐาน ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า แนวคิดการสร้าง Libra จะช่วยให้เกิดความเท่าเทียมกัน ลดความเหลื่อมล้ำ และความแตกต่างของค่าเงิน และเป็นความพยายามที่จะทำให้เกิดสกุลเงินใหม่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แต่ Libra จะสามารถเติบโตเป็นสกุลเงินหลักของโลก ได้หรือไม่นั้น อาจไม่ใช่เรื่องง่าย และจะต้องติดตามดูกันต่อไป

1 view0 comments