Makro กับความ “ปัง” ท่ามกลางวิกฤต



Makro กับความ “ปัง” ท่ามกลางวิกฤต

#ไข่ปลาหมึกอาจเป็นที่สุดของอาหารแต่น้องนางเป็นที่สุดของหัวใจ

#O2O#ของมันต้องลอง


“Makro” ห้างโลโก้สีแดงที่เรารู้จักกันมานานในรูปแบบ “ห้างค้าส่ง”

ไปทีคือต้องซื้อเยอะๆ เหมาลัง ยกแพ็ค ยกเข่ง

แถมแม่งยุ่งยากต้องมีบัตรสมาชิก ไม่มีคือซื้อไม่ได้ ต้องยืมกันวุ่นวาย


แต่ 10 ปีหลังมานี้เราสัมผัสได้ ว่า Makro เปลี่ยนไป

มุ่งหน้าจับกลุ่มลูกค้ารายย่อย ลูกค้าทั่วไปมากขึ้น

ใคร ใคร่ซื้อ ซื้อ ขายทุกคน บัตรไม่ต้อง ไม่เกี่ยง

ลุยเปิด Makro Food service เข้าถึงผู้ค้ารายย่อย คนทั่วไปในย่านต่างๆ

เน้น Location ที่มีความหนาแน่นด้านธุรกิจอาหารและบริการสูง


โดยจำหน่ายเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าวเท่านั้น

สร้างความสะดวกสบายให้กับเจ้าของกิจการรายย่อย

เพิ่มจำนวนครั้งในการซื้อสินค้าที่ขาดชั่วครั้งชั่วคราว

ไม่จำเป็นต้องสต็อคของจำนวนมากเพื่อประหยัดต้นทุนการเดินทางอีกแล้ว

เพราะ Makro อยู่ใกล้แค่เอื้อม


แต่..วันนี้สิ่งที่ทำให้เราหันมาจับตามอง Makro อีกครั้ง คือ

การปรับกลยุทธ์อีกขั้นโดยใช้ Viral ผ่าน Social Network

ที่กำลังดันยอดขายแบบ O2O ให้เกิดเจิดจรัสสวนกระแสซบเซาของโควิด

จนห้างอื่นๆ อาจกำลัง เบะปาก มองบน ด้วยความหมั่นไส้


การมาถึงของหม้อทอดไร้น้ำมันและโควิด นาทีทองที่ทุกชีวิตพุ่งไป Makro

หม้อทอดไร้น้ำมัน ไม่ใช่ของใหม่มากนักในวงการทำอาหาร เอาจริงๆมันก็ตั้งอยู่ในหลายๆบ้านมานานโข แต่พฤติกรรมคนต่างหาก ที่เป็นจุดแจ้งเกิดวงการหม้อทอดไร้น้ำมัน ให้เติบโตจนฉุดไม่อยู่

โดยกลุ่ม “สมาคมเราจะผอมด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน” มีสมาชิกสูงถึง 468,861 คน มีโพสท์ในกลุ่มแต่ละวันกว่า2,000 โพสท์!! ในเชิงสถิติของพฤติกรรมออนไลน์ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะฮะ อีกกลุ่มที่สร้างแรงผลัก O2O อย่างมหาศาลนั่นก็คือกลุ่ม “ของดีกินไปเหอะ” มีสมาชิกกว่า 3.5 แสนคน

พลังของ Micro Influencer ในการรีวิว ไข่ปลาหมึก ทำให้ไข่ปลาหมึกที่ Makro หมดทุกวี่วัน และเริ่มลามไปยัง หอยนางรม หนังไก่ ไส้กรอกชีส และล่าสุด ตู้แช่ฮะ!!!

เอาดิค้าบบบ แม่งซื้อของ Makro กันเยอะจนต้องซื้อตู้แช่เพิ่ม!!

Makro ขานรับความต้องการของลูกค้าด้วยการนำเอา Rare Item ที่โด่งดัง ออกมาตั้งบูธพิเศษ เพื่อความสะดวกในการซื้อของลูกค้า


เพราะอะไร ทำไมทุกคนถึงพุ่งไป Makro ?

ก็เขารีวิวกันมาไงฮะ ว่าซื้อที่ Makro ผ่ามมมมมมมมม

แต่จริงๆแล้ว มันคือความ “เป็นว่าง” ของคนเราในช่วงโควิดนี่แหละเราจะเห็นเพื่อนใน Facebookผันตัวเป็นเชฟ ผันตัวเป็นแดนเซอร์ใน Tiktok ก็เป็นเพราะความเบื่อหน่ายในช่วงกักตัวหรือ WFH ความว่างดังกล่าวทำให้เราเข้าถึงข้อมูลออนไลน์มากขึ้น จากปกติทำงานวันละ 9 ชั่วโมง มีเวลาเล่นจริงๆ 3-4 ชั่วโมง พอโควิดมาเวลาที่เราจะไถมือถือพุ่งพรวดเป็น 8-10 ชั่วโมง/วัน

สุดท้ายแล้วความเบื่อหน่ายในการว่าง ก็สร้างโอกาสทางการตลาดมากมาย และ Makro เห็นโอกาสนี้ เลยซัดกิจกรรมออกมาได้อย่างถูกที่ถูกเวลา

อีกประการ คือ เราไม่สามารถทานอาหารที่สั่งจาก Grab, Line Man หรือ Food Panda ได้ตลอดไป ฟีลลิ่งมันไม่ได้ไงคุณ! บางวันดวงซวยเจอร้านที่สวยแต่รูปจูบไม่หอม รสชาติหมาไม่เห่าอีก แถมการทำอาหารยังเป็นการสร้างช่วงเวลาคุณภาพสำหรับครอบครัว วัฒนธรรมไทยการร่วมวงรับประทานอาหาร คือ การสังสรรค์และสร้างช่วงเวลาดีๆ มีทั้งความภาคภูมิใจในอาหารจานเด็ดที่ตนเองรังสรรค์ ความเอร็ดอร่อย การชื่นชมจากผู้รับประทาน ก่อเป็นความสุข ที่อาหารดิลิเวอรี่ให้ไม่ได้


หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ?

ส่วนตัวมองว่า ถ้าหมดโควิดจริงๆ แบบปลดล็อคดาวน์ 100% มีวัคซีนรักษาแล้ว คิดว่าคนก็น่าจะพุ่งทะยานออกไปหาประสบการณ์แบบออฟไลน์ ไปนั่งทานข้าวเคล้าดนตรีสด ไปดูพระอาทิตย์ตก ไปนู่นไปนี่ แต่น่าจะมีพฤติกรรมการทำอาหารที่บ้านกันมากขึ้น เพราะได้ซ้อมในช่วงโควิดมาแล้ว จากทอดไข่เจียวไม่ได้ ตอนนี้หลายๆคนเริ่มเทิร์นโปรเป็นเชฟกระทะเหล็ก และได้สัมผัสถึงอาหารดีๆที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย จะทำให้ผู้คนเริ่มมีศิลปะใส่ใจในการเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น ทีนี้ร้านอาหารที่ไม่ปรับปรุงพัฒนาหรือมีความโดดเด่นพอก็น่าจะเหนื่อยหน่อยฮะ

แต่ที่แน่ๆ อ้วน!!!ฮะ แหม่ชื่อกรุ๊ปบอกว่า “สมาคมเราจะผอมด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน” แต่เมนูนี่นะ ขาหมูเยอรมัน หมูกรอบ บราวนี่ หนังไก่ทอด ทำเป็นเล่นไป นี่ยังไม่นับเหล้า เบียร์ ที่กักตุนไว้อีกนะเหวยย


แล้วผลประกอบการของ Makro ล่ะ ?

ไตรมาสแรก Makro น่าจะได้รับผลกระทบเอาเรื่อง เพราะผู้ประกอบการต่างๆไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ท่องเที่ยว มีลูกค้าลดฮวบไปจนถึงปิดชั่วคราว นั่นหมายถึงยอดขายจากลูกค้ากลุ่มนี้ก็ ฮวบ ตามไปด้วย แต่..การแห่กักตุนในช่วงโควิด-19 ระบาดหนักใน มี.ค.ก็มาช่วยผลักดันยอดขายให้เพิ่มขึ้น ทำให้ปิดไตรมาสแรกด้วยรายได้รวม 55,159 ล้านบาท โตขึ้น 8.8% จากปีก่อน กำไรสุทธิ 1,681 ล้านบาท โตขึ้น 10.7% จากปีก่อน บร๊ะ!! ไม่ธรรมดา

ไตรมาสสองมาดูกันต่อ เค้าว่า “ค้าปลีกจะแย่หนัก” เพราะมีการสั่งปิดไปเต็มๆในเม.ย. แต่..Makro ไม่ปิดนะคราฟฟฟ แถมยังมีแคมเปญการตลาดปังๆออกมาอีก ก็น่าลุ้นนะฮะว่าจะดันยอดขายได้ขนาดไหน อย่างไรก็ตามยังน่าห่วงในส่วนของฐานลูกค้าภาคท่องเที่ยว บริการ ร้านอาหาร สาขาต่างประเทศอีกนั่นล่ะ เพราะในส่วนนี้ยังคงได้รับผลกระทบกันอยู่แบบยาวๆ

0 views0 comments