Online & Technology ทางรอด หรือ อุปาทานหมู่


#ไม่มีร้านออนไลน์ให้ใครมาไลค์เพราะมีแต่ใจไว้ให้เธอมารัก

จาก “Digital Disruption” ถึง “Covid-19” คำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่เป็นกระแสหนักมากนั้นค่อนข้างใกล้เคียงกัน คือ “ต้องปรับตัว ออนไลน์ต้องมา เทคโนโลยีต้องมี” ณ บัดนาว มีคำแนะนำเพิ่มเติมนิดหน่อย คือ “รองรับ New Normal” (ซึ่งเปลี่ยนมาจาก “รับมือกระแส Disruption”) คำแนะนำดังกล่าว อาจเป็นหนึ่งเหตุผลให้มีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หน้าใหม่เกิดขึ้นจำนวนมากกก ขณะเดียวกันธุรกิจบางประเภทที่ทำอยู่แล้ว ก็พยายามปรับตัวดังเขาว่า ลงทุนเพิ่ม ปรับปรุงให้ออนไลน์ ให้มีเทคโนโลยี แต่ก็เกิดขึ้นแบบเปะปะ เพราะมั่วๆทำตามที่เขาบอกกัน

#เสี่ยวCREW อยากชวนมาดูอะไรกันสักหน่อย เกี่ยวกับสถานการณ์ของธุรกิจโลกใหม่ ยักษ์ในโลกออนไลน์ก็กำลังแย่ไม่แพ้กัน - Agoda บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ในเอเชีย ตัดสินใจปลดพนักงาน 1,500 คน ซึ่งการลดจำนวนพนักงานครั้งนี้ คิดเป็นประมาณ 25% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด และยังลดเงินเดือนผู้บริหารระดับสูงทุกคนชั่วคราวลง 20% ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป - Airbnb ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 1,900 คน หรือประมาณ 25% เนื่องจากรายได้ของบริษัทปีนี้ลดลงมากกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แม้จะมีเงินทุนหมุนเวียนจำนวน 2,000 ล้านดอลลาร์ แต่บริษัทก็ต้องลดการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ได้สร้างรายได้ให้ตามเป้า จึงตัดสินใจพักโครงการแอร์บีแอนด์บี สตูดิโอส์ และบริการขนส่ง อีกทั้งยังลดงบประมาณเพื่อพัฒนาโรงแรมของแอร์บีแอนด์บี รวมถึงโครงการแอร์บีแอนด์บี ลักซ์ - TripAdvisor ผู้ให้บริการเว็บไซต์เพื่อการท่องเที่ยวรายใหญ่ของโลก เตรียมปรับลดพนักงานอีกเกือบ 900 คน หรือประมาณ 25% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด และพนักงานจำนวนหนึ่งจะถูกสั่งพักงาน ขณะที่พนักงานประจำส่วนใหญ่จะถูกปรับเงินเดือนลดลง 20% และให้ลดวันทำงานลงในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจ - Expedia บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านบริการการเดินทางท่องเที่ยวออนไลน์ ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 3,000 คน หรือประมาณ12% เนื่องจากตลาดการเดินทางท่องเที่ยวตกต่ำลง และการระบาดของโควิด-19 ทำให้บริษัทต้องการลดขนาดขององค์กรให้บางลง - Uber แอพพลิเคชั่นให้บริการรถโดยสารอันดับหนึ่ง ประกาศปลดพนักงาน 3,700 คน โดยคิดเป็น 14% ของจำนวนพนักงานทั้งบริษัทที่มีอยู่ราว 27,000 คน โดยพนักงานที่ถูกปลดคือฝ่ายดูแลลูกค้า (customer support) และฝ่ายสรรหาบุคลากร (recruiting teams) โดยคาดการณ์ว่าต้องจ่ายเงินชดเชยเลิกจ้างรวมทั้งหมดประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 660 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการเดินทางที่ลดลงบริษัทจึงวางแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 - Grab ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 360 คน คิดเป็น 5% ขององค์กร โดยพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินชดเชย 0.5 เท่าของเงินเดือน รวมถึงมีเงินก้อนให้อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้นจะยังคงประกันสิทธิ์ในการรักษาสุขภาพไปจนถึงสิ้นปีนี้ 2563

ทั้งหมดล้วนเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นของโลก ที่กำเนิดธุรกิจมาจากเทคโนโลยีและออนไลน์ทั้งสิ้น สิ่งที่ทุกคนพยายามทำตอนนี้ คือ รักษาตัวรอดในอุโมงค์ที่ยังไม่เห็นปลายทาง แต่ในวันที่โลกธุรกิจแย่มันก็มีคนปังอยู่ดี ตัวอย่างเช่น Amazon สวนกระแสด้วยการประกาศจ้างพนักงานเพิ่มอีก 100,000 คน เพื่อรองรับยอดช็อปออนไลน์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด นิทานเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนฮะ เราแค่จะบอกว่าก่อนทำอะไรตามกระแสที่เขาบอก ลองวิเคราะห์สิ่งจำเป็นต่อธุรกิจให้ดีๆก่อน ออนไลน์ กับ เทคโนโลยี ที่คนฮิตพูดกัน มันคืออะไรกันแน่!! ที่แน่ๆ มันไม่ใช่เพียงไปขายออนไลน์ในโซเชี่ยลมีเดีย มาร์เก็ตเพลส หรือแม้แต่การทำเว็บไซต์ ทำแอปพลิเคชั่นอะไรขึ้นมาสักอันแล้วหวังว่าจะขายของได้หรอกฮะ แบบนั้นเค้าเรียกอุปาทานหมู่เสียมากกว่า จะให้ดีมันควรเอาเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการทั้งด้านต้นทุน ยอดขาย วิเคราะห์ตลาด กลุ่มเป้าหมายเชิงลึก ฯลฯ เพื่อนำสิ่งเหล่านี้ไปต่อยอดธุรกิจด้วยข้อมูลอันมากมายและจำเป็น

อย่างไรก็ตามเวลานี้การดูแลฐานะทางการเงิน ช่องทางของแหล่งเงินทุน อาจเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่า และยังมีอีกหลายร้อยเรื่องเลยฮะ ที่เราควรทำ ลองไปหาดูกันเด้อ

2 views0 comments