“Startup” ทำอัลไลกัน?



“Startup” ทำอัลไลกัน? #สตาร์ทอัพคือประเภทธุรกิจแต่รักคุณสุดชีวิตคือผมเองครับ

ลักษณะของธุรกิจประเภทหนึ่งที่เน้นทำอะไร “ใหม่ๆ” กลุ่มธุรกิจนี้เค้าจะค้นหา หยิบเอาปัญหา และพฤติกรรมต่างๆของผู้บริโภค (ถ้าจะพูดเท่ห์ๆเค้าเรียก Pain Point) มาแก้ไข สร้างทางเลือก แล้วพัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันมักจะถูกออกแบบมาช่วยให้ผู้ใช้มีชีวิตดี๊ดีกว่าเดิม

ตัวอย่างง่ายๆ เมื่อก่อนเราเรียก Taxi แม่งไม่ไป แม่งลีลา หรือฝนตกเดินไปเรียกลำบาก ซอยบ้านวิเวกมากถ้าไปรอเรียกคงเป็นชั่วโมง พอมี Grab เกิดขึ้น ชีวิตเปลี่ยน ปัญหาเหล่านี้หมดไปเดินทางง่ายขึ้น มีทางเลือกหลากหลาย (แต่ปัญหาใหม่มาทันทีพี่แท๊กซี่กับรถรับจ้างอื่นๆ พาเจ้าหน้าที่ขนส่งไปดักกระทืบ Grab)

อีกหนึ่งความเข้าใจสุดคลาสสิคเกี่ยวกับ Startup คือ เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับไอที เทคโนโลยี เท่านั้น ? คำตอบคือ ไม่ใช่ฮะ บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าเค้าทำอะไรที่ “ใหม่” แต่มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคนี้ที่ต้องนำเทคโนโลยีมาเกี่ยว เพราะมันมีส่วนช่วยเยอะในการออกแบบโซลูชันส์ต่างๆ ง่ายต่อการเอาไปทำซ้ำ ทำที่ไหนก็ได้ที่มีความต้องการของผู้ใช้

ที่สุดแล้วเมื่อมีคนใช้มากๆ มันก็นำมาสู่การขยายธุรกิจ เช่น ขยายไปต่างประเทศ และเมื่อมีผู้ใช้บริการถึงจุดหนึ่งก็จะสามารถหารายได้ และเติบโตแบบก้าวกระโดด

ตัวอย่างง่ายๆอีกครั้งหนึ่ง นั่งเครื่องบินหากได้นั่งกลาง คือ “ซวย” อึดอัด แต่วันนี้อาจไม่แล้ว สตาร์ทอัพรายนึงชื่อว่า Molon Labe Seating ผลิตภัณฑ์เค้าเป็นงานออกแบบชื่อว่า S1 เปลี่ยนรูปแบบที่นั่งบนเครื่องบิน เพิ่มขนาดความกว้างของที่นั่งเพิ่มขึ้น 3-5 นิ้ว (จากเดิมขนาด 18 นิ้ว) / ขยับที่นั่งตรงกลางไปข้างหลังมากกว่าที่นั่งซ้ายขวา / ออกแบบที่วางแขนใหม่เพิ่มส่วนเว้าด้านใน ทำให้คนนั่งกลางสามารถแบ่งปันที่วางศอกกับคนข้างๆได้

“Startup” มีกี่เวล? ทุกธุรกิจอ่ะเนาะมันก็ต้องใช้เงิน สตาร์อัพก็เช่นกัน

อย่างไรก็ตามกลุ่มธุรกิจนี้ก็จะมีวิธีการหาเงินต่างจากภาพธุรกิจเดิมๆที่เมื่อ จะขยายอะไรทีต้องไปกู้แบงก์ หรือใช้เงินเก็บจากกิจการ แต่สตาร์อัพเค้าใช้การ Pitching เพื่อระดมทุนเพิ่มเป็นรอบๆ เป็นระดับไปเรื่อยๆ ภาษาของสตาร์ทอัพเค้าจะเรียก Stage (สเตจ) หรือ Round (ราวนด์)

 Angel Round: มูลค่าประมาณ 20,000-50,000 ดอลลาร์ ได้จากเงินส่วนตัวของนักลงทุนอิสระหรือ Angel Investors มาตั้งไข่ก่อนเข้าสู่ Seed Round

 Seed Round: มูลค่าประมาณ 2.5 แสนถึง 2 ล้านดอลลาร์ ใช้เรียกสตาร์ทอัพที่อยู่ในขั้นเริ่มต้นธุรกิจ มีทีมงานไม่กี่คนและต้องการเงินลงทุนเพื่อไปต่อ โดยสตาร์ทอัพต้องหาจุดที่ลงตัวระหว่างผลิตภัณฑ์กับผู้ใช้งาน (Proof of Concept) แต่ในไทยมักจะเห็นการสนับสนุนระดับ Seed Fund ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ และผู้สนับสนุนเงินลงทุนระดับนี้ก็มักจะเป็น Angel Investors

 Series A: มูลค่าประมาณ 2-15 ล้านดอลลาร์ จาก Seed Round สตาร์ทอัพจะใช้เวลาเติบโตประมาณ 2 ปี คือมีผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจนอยู่ตัว มีตลาดชัดเจน จึงจะระดมทุนใน Pre-series A / Series A Round ได้ ซึ่งสตาร์ทอัพไทยก็มักจะกระจุกตัวอยู่ในระดับนี้

 Series B: มูลค่ามากกว่า 15 ล้านดอลลาร์ การระดมทุนในรอบที่สูงขึ้น สะท้อนว่าธุรกิจเติบโตได้ดีและต้องการนำทุนไปขยายตัว ขยายตลาดออกไปต่างประเทศ และหากเป็น Series C, Series D เม็ดเงินที่ระดมทุนก็จะอยู่ในระดับมหาศาล

 Centaur (เซนทอร์) มูลค่ามากกว่า 1 ร้อยล้านดอลลาร์

 Unicorn (ยูนิคอร์น) ใช้เรียกสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าเกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ปลายปีที่แล้ว ทั่วโลกมียูนิคอร์น 376 บริษัท

 Decacorn (ดีคาคอร์น) มูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์

 Hectocorn (เฮกโตคอร์น) มูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์

ปอ.ลิง. เราอาจไม่ค่อยได้ยิน ดีคาคอร์น กะ เฮกโตคอร์น เท่าไร เพราะส่วนใหญ่เค้าจะเรียกบริษัทที่เกินพันล้านดอลลาร์แบบเหมารวม ว่า ยูนิคอร์น นะจ๊ะ

23 views0 comments